“นายน้อยต้วน มิทราบว่าระหว่างพวกเรา ใช่มีเรื่องเข้าใจผิดอันใดหรือไม่?”
เฉียนเฟยเงยหน้าขึ้นมามองต้วนหลิงเทียนอย่างกล้าๆกลัวๆ ก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงหวั่นใจ
ขณะเดียวกันไม่ว่าจะคนของตระกูลเฉียนก็ดี คนของตระกูลเมิ่งหรือนิกายเมฆอรุณรวมถึงนิกายฟ้ายุทธ์ก็ดี ทั้งหมดหันไปมองเฉียนเฟยด้วยสายตาสนุกสนานทั้งนั้น เรียกว่าในแววตาเผยให้เห็นถึงความสุขบนความทุกข์ของเฉียนเฟย
ตระกูลเฉียนเป็นคู่แข่งของพวกมัน
พวกมันไหนเลยจะไม่อยากให้ตระกูลเฉียนจบสิ้นหรือล่มจมเพราะล่วงเกินศิษย์นิกายฟ้าจรัสแสง?
“เข้าใจผิด?”
ต้วนหลิงเทียนเหลือบมองเฉียนเฟยด้วยสายตาเย็นชา ยกยิ้มแสยะด้วยความรังเกียจ “ในเมื่อข้ามาหาเจ้าด้วยตัวเอง ข้าไม่มีทางเข้าใจผิด!”
ไม่มีทางเข้าใจผิด?
พอได้ยินต้วนหลิงเทียนกล่าวชัดถ้อยชัดคำ สีหน้าเฉียนเฟยก็เปลี่ยนสีไปทันที ยังซีดลงปานกระดาษ!
สีหน้าผู้นำตระกูลเฉียนและคนของตระกูลเฉียนก็เปลี่ยนไปยกใหญ่
ไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดจริงๆหรือ?
เช่นนั้นหมายความว่าลูกชายของมัน ไปล่วงเกินให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองจริงๆ?
“ท่านบรรพบุรุษ”
ตอนนี้เองก็มีผู้อาวุโสของตระกูลเฉียนหลายคน ได้กล่าวแนะนำต้วนหลิงเทียนให้บรรพบุรุษอย่างเฉียนซู่หวนที่ไม่ได้กลับมาตระกูลเฉียนเป็นเวลานานฟัง “ชายหนุ่มในชุดสีม่วงคนนั้น เป็นศิษย์ของนิกายฟ้าจรัสแสง”
“เหตุผลที่มันมาตระกูลเฉียนเราวันนี้ เห็นว่าเฉียนเฟยลูกชายคนรองของผู้นำไปล่วงเกินมันเข้า”