ด้วยเพราะเมิ่งฉีโหย่วนั่นรู้จักกับต้วนหลิงเทียนมาก่อน ทำให้ตระกูลเมิ่งได้มีโอกาสสานไมตรีกับต้วนหลิงเทียนก่อนใคร สิ่งนี้ทำให้คนของนิกายเมฆอรุณกับนิกายฟ้ายุทธ์รู้สึกไร้กำลังอยู่บ้าง ด้านเมิ่งเหนียนอี้ก็ไม่รอช้าเร่งออกตัวประสานมือกล่าวทักทายต้วนหลิงเทียนอย่างสุภาพทันที “สหายน้อยหลิงเทียน ข้าคือผ้ำของตระกูลเมิ่ง เมิ่งเหนียนอี้ เป็นเกียรติของข้ายิ่งนัก ที่ได้พบเจออัจฉริยะเช่นท่าน”
“ผู้นำเมิ่งกล่าวชมเกินไป”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าทักทายผู้นำตระกูลเมิ่งด้วยรอยยิ้ม
ตอนนี้เอง ด้านประมุขนิกายเมฆอรุณกับประมุขนิกายฟ้ายุทธ์ก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้ไหว เร่งก้าวออกมาทักทายต้วนหลิงเทียนด้วยรอยยิ้มมากอัธยาศัยทันที “นายน้อยต้วน ข้าคือประมุขนิกายเมฆอรุณ ซือหม่าคงหมิง เป็นเกียรติยยิ่งนักที่ได้พบอัจฉริยะจากนิกายฟ้าจรัสแสงเช่นท่าน”
ประมุขนิกายเมฆอรุณเป็นชายวันกลายงคนที่แต่งตัวเรียบๆร้อยๆราวบัณฑิตนักศึกษา ในมือถือพัดขนนกเล่มหนึ่ง ป้องมือประสานทักทายต้วนหลิงเทียนอย่างเป็นมิตร
“นายน้อยต้วน ข้าประมุขนิกายฟ้ายุทธ์ จ้าวอี้เฟิง ยินดีที่ได้พบท่าน”
ประมุขนิกายฟ้ายุทธ์ มีรูปลักษณ์เป็นชายหนุ่ม รูปร่างปานกลางมาในชุดจอมยุทธ์เรียบง่าย แม้หน้าตาจะแลดูธรรมดา แต่สองตานั่นแหลมคมปานมีดดาบ ลักษณะท่วงท่าทั้งบรรยากาศรอบตัวของมันให้ความรู้สึกเฉียบคมไม่ใช่ชั่ว