“นายน้อยต้วน มิทราบเฉียนเฟยของตระกูลเฉียนไปล่วงเกินท่านอย่างไรหรือ แล้วมิทราบท่านต้องการให้นิกายฟ้ายุทธ์ของข้าช่วยเหลืออันใดหรือไม่?”
หลังจ้าวอี้เฟิงกล่าวแนะนำตัว มันก็เร่งกล่าวเสนอตัวออกมาคนแรก
ได้ยินคำพูดของจ้าวอี้เฟิง สีหน้าเฉียนเยว่จิ้นผู้นำตระกูลเฉียนก็เปลี่ยนสีไปทันที “ประมุขจ้าว ปากท่านจักรับประทานอันใดก็ได้ แต่มิอาจพูดเหลวไหลอะไรก็ได้…ตอนนี้มิแน่ทุกเรื่องราวอาจเป็นเพียงการเข้าใจกันผิด”
“ข้าเชื่อว่าลูกชาคนรองของข้า เฉียนเฟย มิใช่คนมีตาแต่ไร้แวว ถึงขั้นหาญกล้าไปล่วงเกินนายน้อยต้วนได้”
“และหากมันกล้าล่วงเกินนายน้อยต้วนจริง ข้าจักฆ่ามันด้วยมือของข้าเอง!”
ประโยคท้ายเสียงกล่าวของเฉียนเยว่จิ้นก็หนักแน่นจริงจังนัก เห็นชัดว่าเป็นการประกาศจุดยืนของตระกูลเฉียนให้ต้วนหลิงเทียนรู้ชัด ว่าตระกูลเฉียนเองก็ไม่เต็มใจจะล่วงเกินศิษย์นิกายฟ้าจรัสแสงอย่างต้วนหลิงเทียน
เดิมทีก่อนที่เฉียนเยว่จิ้นจะประกาศจุดยืนของจตระกูลเฉียนออกมา ด้านผู้นำตระกูลเมิ่งรวมถึงประมุขนิกายเมฆอรุณก็คิดจะออกหน้าช่วยเหลือต้วนหลิงเทียนตามประมุขนิกายฟ้ายุทธ์ แต่ไม่คิดเลยว่าพวกมันกลับช้าเกินไป เฉียนเยว่จิ้น กลับพูดออกมาชัดเจนก่อนที่พวกมันจะได้เสนอหน้า
จังหวะนี้ทั้งคู่อดไม่ได้ที่จะเสียใจนัก ว่าไฉนไม่รีบพูดให้เร็วกว่าประมุขนิกายฟ้ายุทธ์!