ตราบใดที่ศิษย์ของนิกายฟ้าจรัสแสงออกจากการปิดด่านบ่มเพาะ พวกมันจะส่งเทียบเชิญเพื่อสานไมตรีกับอีกฝ่ายทันที หากมีอะไรที่พวกมันสามารถช่วยเหลืออีกฝ่ายได้ในช่วงนี้ล่ะก็ วันหน้าเมื่ออีกฝ่ายเติบโตก้าวหน้าขึ้น ไม่แน่พวกมันก็อาจพลอยได้ขึ้นที่สูงตามอีกฝ่ายไปด้วย…
ในระนาบเทพ ไม่ว่าจะเป็นตระกูล พรรค สำนัก นิกาย ขอเพียงมีโอกาสก้าวหน้า ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนไม่อยากพลาดโอกาสกันทั้งนั้น
แม้แต่เหล่าเทพในตระกูลที่มีอายุมากแล้ว แต่วันหนึ่งเมื่อไร้ซึ่งหนทางก้าวหน้าแล้วจริงๆก็มักจะเลือกขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่พลังฝีมือจะเอื้ออำนวยเพื่อเข้าร่วม หรือให้กล่าวว่าไปถวายตัวรับใช้เยี่ยงข้าทาสก็ไม่เกินเลย…
อย่างไรก็ตามการผันตัวไปเป็นข้ารับใช้ขุมกำลังใหญ่ๆ ก็คงยากที่จะหยิบยืม ‘อำนาจ’ ของอีกฝ่ายมาใช้..
เป็นธรรมดาว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ต้วนหลิงเทียนไม่ได้รู้เลย
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนได้อุทิศตัวให้กับการบ่มเพาะโดยสมบูรณ์ เพื่อย่อยและดูดซับพลังของโอสถทะลวงเทพ ขณะเดียวกันเขาก็สัมผัสได้ชัดเจนว่าจุดรอคอยขอบเขตเทพของเขา กำลังกรุยออกทุกขณะ…
อีกไม่นานก็จะทะลวงถึงขอบเขตเทพ!
อย่างไรก็ตามขั้นตอนดังกล่าวก็ยังทำให้ต้วนหลิงเทียนพยายามทะลวงด่านครั้งแล้วครั้งเล่า…
…
วันเวลาผันผ่านไปอย่างเงียบงัน
พริบตาก็ล่วงเลยไปอีก 3 เดือน
ด้านนอกเมืองหลินซาน ปรากฏร่างชราหนึ่งเหินตัดฟ้ามาแต่ไกล