เสียงนี้ทำให้ผู้ที่เทียบเชิญของตระกูลเฉียนที่ติดตามต้วนหลิงเทียนมาถึงกับอึ้งไปทันที ‘คุณชายรองท่านเสียสติไปลแวหรือไร ไฉนถึงไปตอแยดาวร้ายดวงนี้ได้?’
‘ว่าแต่ดาวร้ายดวงนี้ ไม่ใช่ว่าหลังซือโอสะทะลวงเทพที่ศาลาสือสุ่ยแล้วก็กลับไปปิดด่านบ่มเพาะที่โรงเตี๊ยมไร้กังวลไม่ได้ออกไปไหนหรือไร แล้วคุณชายรองจะมีโอกาสไปตอแยมันเมื่อใด?’
คนที่ถือเทียบเชิญของตระกูลเฉียน ก็เป็นชนชั้นผู้อาวุโสคนหนึ่งของตระกูลเฉียน มันได้รับคำสั่งจากผู้นำตระกูลให้มาเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวศิษย์นิกายฟ้าจรัสแสงผู้นี้หน้าโรงเตี๊ยมไร้กังวล รอให้อีกฝ่ายออกจากการเก็บตัวฝึกฝนเมื่อไหร่ จะได้ยื่นส่งเทียบเชิญให้อีกฝ่ายไปเยือนตระกูลเฉียน
แต่ไม่คิดเลยว่าศิษย์นิกายฟ้าจรัสแสงนาม ต้วนหลิงเทียน คนนี้ ไม่เพียงเพิกเฉยมันแต่ยังเพิกเฉย 3 ขุมกำลัง ที่เหลือ แต่ดันมุ่งหน้ามายังตระกูลเฉียนมันเสียอย่างนั้น
ต่อมาอีกฝ่ายก็กล่าวถ้อยคำดังกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วหาความเป็นมิตรไม่เจอ!
“เฉียนเฟย?”
“นั่นมิใช่นามของ คุณชายรองตระกูลเฉียนหรือไร?”
“คุณชายรองตระกูลเฉียน เฉียนเฟยผู้นั้น…เคยล่วงเกินใต้เท้าผู้นี้หรือ?”
…
ต่างจากคนตระกูลเฉียนที่เต็มไปด้วยความสับสน เหล่าผู้ถือเทียบเชิญของอีก 3 ขุมกำลัง พอได้ยินวาจาเมื่อครู่ของต้ววนหลิงเทียน สองตาพวกมันก็ลุกวาวขึ้นมาเร็วไว