เมิ่งฉีโหย่วเป็นอาจารย์
อยู่ๆบังเกิดฉากดังกล่าวขึ้น ก็เรียกเสียงฮือฮาจากผู้คนโดยรอบไม่น้อย
ขอเพียงมีสายตาเฉียบแหลม ไม่ว่าผู้ใดก็บอกได้ทันทีว่าชายวัยกลางคนผู้นี้คิดสานสัมพันธ์กับเมิ่งฉีโหย่วโดยกราบอีกฝ่ายเป็นอาจารย์ เพราะถ้าทำสำเร็จไม่เพียงแต่จะเสมือนมีร่มโพธิร่มไทรให้พักพิงเท่านั้น วันหน้ายังสามารถเดินกร่างในเมืองหลินซานได้อย่างไม่ต้องกลัวใคร
“เหอๆ…ข้าเคยได้ยินมาก่อน ว่าเคยมีผู้คนไปกราบผู้หลอมโอสถระดับเทพของตระกูลเฉียนเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้ความปราณี…ข้าคิดว่าเรื่องพรรค์นี้เป็นแค่ข่าวลือหรือเรื่องขำขันในวงสุราเสียอีก ไม่คิดเลยว่าจะมีคนเช่นนี้อยู่จริงๆ”
บางคนเริ่มกล่าวล้อเลียนออกมา
“ฮ่าๆๆ ถึงมันจะแลดูน่าขัน แต่เกิดมันทำสำเร็จเล่า? ไม่ใช่ชีวิตเปลี่ยนเลยรึ! กระทั่งไม่ใช่แค่ชีวิตมันที่จะเปลี่ยน ตระกูลของมันก็เสมือนก้าวเดียวถึงฟ้า!”
หลายคนที่เห็นการกระทำหน้าไม่อายของชายวัยกลางคน อดไม่ได้ที่จะกล่าวล้อกันออกมาอย่างสนุกสนาน
เมิ่งหยวนขมวดคิ้วย่นเป็นปมทันใด แต่ในขณะที่มันกำลังจะลงมือ เมิ่งฉีโหย่วก็ยกมือขึ้นปรามเสียก่อน จากนั้นก็หันไปมองกล่าวกับชายวัยกลางคนที่คุกเข่าเบื้องหน้าด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “อายุกระดูกเจ้าก็เกินหมื่นปีไปแล้ว แต่ด่านพลังยังไม่แม้แต่จะบรรลุถึงจักรพรรดิอมตะ 10 ทิศ…”
“อาศัยเจ้า ยังคิดจะกราบข้าเป็นอาจารย์อีกรึ?”
“ตัวโง่งมเพ้อฝัน!”
เสียงกล่าวประโยคท้ายของเ