กำลังรีบ”
พอกล่าวจบคำ เมิ่งฉีโหย่วก็สะบัดมือเบาๆเพื่อคลายยผนึกให้กล่องใส จากนั้นก็ใช้พลังดูดรั้งโอสถทะลวงเทพมา และใช้พลังไร้สภาพหอบหิ้วส่งมาให้ต้วนหลิงเทียน
ทว่าในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกำลังจะเอื้อมมือออกไปรับโอสถทะลวงเทพนั้นเอง เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวขุมหนึ่งกำลังแผ่พุ่งมาแต่ไกล และเป้าหมายก็คือโอสถทะลวงเทพที่เมิ่งฉีโหย่วใช้พลังหอบหิ้วส่งมา…
‘ขอบเขตเทพ…’
ต้วนหลิงเทียนก็ชะงักมือทันที จากนั้นก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ไม่กล้าสอดมือทำอะไร
เพราะในขณะที่สัมผัสได้ถึงพลังอันน่ากลัวขุมหนึ่งพุ่งมา ทั้งได้ยินเสียงอัสนีคำรน ต้วนหลิงเทียนก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นเทพที่เชี่ยวชาญกฏสายฟ้าคนหนึ่ง แถมยังเพ่งเล็งลงมือไปยังโอสะทะลวงเทพอีกด้วย
โอสถทะลวงเทพนั้นมีมูลค่าหินเทพถึง 3,000 ตำลึง มากพอจะให้เทพขั้นต่ำเสี่ยงลงมือช่วงชิงแล้ว
“หึ!”
เมิ่งฉีโหย่วสบถคำเสียงเย็น จากนั้นก็ใช้พลังดูดรั้งโอสถทะลวงเทพกับมาฉับไว ก่อนจะพลิกฝ่ามือตบฟาดออกไปอย่างเกรี้ยวกราด!
ปงงง!!
เปรี๊ยงงงง!!
…
พลังอันน่าสะพรึงกลัวกำจาออกมาปานมรสุม พาลให้ศาลาสือสุ่ยปั่นป่วนไม่น้อย อย่างไรก็ตามคลื่นกระแทกเพียงปรากฏได้ไม่ทันไร ก็บังเกิดแสงพลังอาคมสลายทิ้งในบัดดล เห็นได้ชัดว่าค่ายกลป้องกันในศาลาสือสุ่ยได้สำแดงอานุภาพ
ในสถานที่อยย่างศาลาสือสุ่ยที่มีโอสถวางจำหน่ายเอาไว้เป็นจำนวนมากแบบนี้ ย่อมมีค่ายกลปกป้องเป็นธรรมดา เพราะตระกูลเมิ่งเองก็ไม่คิดเ