และมีชื่อเสียงพอๆกับร้านโอสถฮุ่ยเฉินของตระกูลเฉียน
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ตระกูลเมิ่งก็ได้ปล่อย ‘โอสถทะลวงเทพ’ ออกมา ทำให้ผู้คนบังเกิดความสนใจกันไม่น้อย
อย่างไรก็ตามเวลามันผ่านมาเป็นเดือนแล้ว แต่โอสถทะลวงเทพก็ยังวางขายอยู่อย่างนั้น ไม่มีผู้ใดมาซื้อมันไป
มีผู้คนมากมายที่อยากซื้อ อนิจจาพวกมันไม่อาจหาหินเทพมาซื้อได้ไหว
หินเทพจำนวน 3,000 ตำลึงนั้น เกรงว่าให้กวาดตามองไปทั่วเมืองหลินซานทั้งละแวกเมืองหลินซาน ก็เกรงว่ามีแค่ 2 ตระกูลกับอีก 2 นิกายเท่านั้น ที่จะมีกำลังซื้อ
“ข้ามาซื้อโอสถทะลวงเทพ”
ภายใต้การต้อนรับของพนักงานในศาลาสือสุ่ย ต้วนหลิงเทียนก็ไม่รอช้าแจ้งวัตถุประสงค์การมาออกไปตรงๆ
“โอสถทะลวงเทพ?!”
พอต้วนหลิงเทียนปริปากกล่าวออกมา ไม่เพียงแต่พนักงานต้อนรับเท่านั้นที่จะผงะไป กระทั่งผู้คนโดยรอบที่ได้ยินก็หันขวับมามองเขาเป็นสายตาเดียวกัน
เรียกว่าทุกสายตาในศาลาสือสุ่ยชั้นแรก ได้มองตกมายังร่างต้วนหลิงเทียนทันที
“เจ้าหนุ่มผู้นั้นเป็นใครกัน? ข้าไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย”
“รุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ของตระกูลเฉียน ตระกูลเมิ่ง รวมถึงนิกายเมฆอรุณกับนิกายฟ้ายุทธ์ข้าเองก็รู้จักทั้งหมด…แต่ไม่เห็นจะจำเจ้าหนูนั่นได้”
“เจ้านั่นมันไม่รู้หรือไรว่าโอสถทะลวงเทพมีราคาเท่าใด? นั่นมันหินเทพ 3,000 ตำลึง!”
…
ในขณะที่มองต้วนหลิงเทียน หลายคนก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย นอกจากอยากรู้ว่าต้วนหลิงเทียนเป็นใครแล้ว ยังสงสัยอีกด้วยว่าจ