สุ่ยรึเปล่า?”
“มิผิด ข้าเป็นเถ้าแก่ของศาลาสือสุ่ย เมิ่งหยวน”
ชายวัยกลางคนหน้าเหลี่ยมพยักหน้า แววตาทอประกายเรืองขึ้นวูบหนึ่ง “และขั้งเป็นอาวุโส 5 แห่งตระกูลเมิ่งอีกด้วย”
“ท่านลูกค้า ต้องชำระหินเทพ 3,000 ตำลึงสำหรับโอสถทะลวงเทพ”
เมิ่งหยวนจงใจกล่าวเตือนต้วนหลิงเทียน
ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ใช่จอมปลอม สะบัดมือเรียกหินเทพ 3,000 ตำลึงที่พึ่งแลกเปลี่ยนมาจากร้านค้าโอสถฮุ่ยเฉินตระกูลเฉียนออกมาทันที มีหินเทพจำนวน 3,000 ตำลึงลอยล่องกลางอากาศแบบนี้ ช่างเป็นอะไรที่เย้ายวนใจผู้คนนัก
สำนึกเทวะมากมายจากทั่วสารทิศังแผ่มาปกคลุมไปทั่วหินเทพ 3,000 ตำลึงทันที
“ให้ตายเถอะ เป็นหินเทพ 3,000 ตำลึงจริงๆ!”
ไม่นานก็มีคนอุทานออกมา
ด้านเมิ่งหยวนเองพอืนยันได้แล้วว่าเป็นหินเทพ 3,000 ตำลึง สายตาที่มองต้วนหลิงเทียนก็เปลี่ยนเป็นจริงจังทันที ยังกล่าวเตือนออกไปว่า “ขอท่านลูกค้าเก็บหินเทพกลับไปก่อน”
เมิ่งหยวนเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นหินเทพ 3,000 ตำลึงมาก่อน
อย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกเลยที่มันเห็นคนนำออกมาแสดงต่อหน้าผู้คนโต้งๆ อีกฝ่ายไม่กลัวมีคนคิดร้ายและลงมือช่วงชิงหินเทพไปหรือไร?
เป็นธรรมดาว่าถึงในใจมันจะมีคิดแบบนี้ แต่มันก็รู้ดีว่าในเมื่ออีกฝ่ายกล้าควักออกมา ก็ต้องมีความมั่นใจในตัวเองระดับหนึ่ง
อย่างน้อยๆมันก็รู้ดีว่าหินเทพจำนวน 3,000 ตำลึงไม่ใช่อะไรที่ใครจะนำออกมาได้ง่ายๆ
กระทั่งในตระกูลเมิ่งของมัน ยังมีแค่หยิบมือเดียวเ