ต้วนหลิงเทียนไม่ใช่คนเนรคุณ เขาไม่คิดจะลากคนอื่นให้พบพานเคราะห์ร้ายไปพร้อมกับเขาได้
ฟุ่บ!
ในทะเลทรายอันรกร้างกว้างใหญ่ต้วนหลิงเทียนอาศัยการเดินบนพื้น เมื่อพบเจอสิ่งกีดขวางก็กระโดดข้ามหรือปีนเอา และเมื่อพ้นจากพื้นีท่ทะเลทราย ไม่ว่าจะพื้นที่ป่ารกชัดหรือที่ราบภูเขา ต้วนหลิงเทียนก็อาศัย 2 ขาในการเดินทางทั้งสิ้น
แน่นอนว่าการเดินเท้าเช่นนี้ ย่อมไม่มีประสิทธิภาพและเคลื่อนตัวได้ช้ามาก
แต่จะให้ทำอย่างไรได้ เพราะเขาก็ไม่อาจเหินบินทำตัวเด่นไม่ใช่รึไง?
นอกจากนั้นระหว่างเดินทาง เขาก็เลือกจะอาศัยภูมิประเทศเพื่อซ่อนตัวเท่าที่จะทำได้ หากเหล่าเทพที่เหินร่างผ่านมาไม่ได้ใช้จิตสัมผัสในการตรวจสอบที่ทาง อาศัยแค่มองด้วยตาเปล่าก็ไม่มีทางงจะพบเจอตัวเขาได้
แต่ถ้าหากมีเหล่าเทพที่ใช้สำนึกเทวะตรวจสอบที่ทางล่ะก็ แน่นอนว่าต้องพบเขา
สุดท้ายแล้วเขาก็ยังเป็นแค่ครึ่งก้าวเทพเท่านั้น ไม่ได้บรรลุถึงขอบเขตเทพจริงๆ จิตวิญญาณเซียนอมตะของเขาก็ยังไม่แปรเปลี่ยนเป็นจิตวิญญาณเทพ
เรียกว่าตลอดการเดินทาง ใจต้วนหลิงเทียนเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ยังเต้นระส่ำระสายตลอดเวลา
เขาไม่อาจไม่กังวลว
เพราะถ้าหากจะกล่าวถึงห่วงโซ่อาหารในระนาบสมรภูมิแล้วล่ะก็…ตัวเขาสมควรเป็นสิ่งมีชีววิตที่อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหารแน่นอน!
‘หวังว่ามุ่งหน้าไปทางนี้เรื่อยๆ ข้าจะเจอค่ายทหารในเร็ววัน…’