ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจ ‘ขอเพียงพบเจอค่ายทหารและเข้าไปได้ ข้าก็จะปลอดภัย…ในค่ายทหารมีค่ายกลที่ผู้แข็งแกร่งที่สุดจัดตั้งไว้ ไม่มีใครกล้าลงมือทำร้ายข้าในค่ายแน่’
วันแรกของการเดินทาง ต้วนหลิงเทียนไม่พบเจอใครเลย เขาสามารถเดินทางผ่านภูมิประเทศต่างๆได้อย่างราบรื่น
วันต่อมาก็ไม่พบเจอใคร
พอมาวันที่ 3 เขาก็พบเจอคนๆหนึ่งเหินร่างผ่านน่านฟ้าเหนือศีรษะเขาไปด้วยความเร็วสูง กระทั่งมองแทบไม่เห็นเงาด้วยซ้ำ ‘ความเร็วระดับนั้น…สมควรเป็นจอมราชันเทพขึ้นไปกระมัง?’
‘ต่อให้ไม่ใช่ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นราชาเทพขั้นสูงที่ร้ายกาจมาก’
ต้วนหลิงเทียนเคยพบเจอตัวตนระดับราชาเทพขั้นต่ำมาแล้ว ไม่ใชใครที่ไหนแต่เป็นหวู่หงชิงจ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาจาหลัก และความเร็วของมันก็ไม่อาจเทียบคนที่เหินร่างผ่านไปเมื่อครู่ได้เลย
วันที่ 4 เขาก็ไม่พบเจอผู้ใด และไม่มีแม้แต่วี่แววค่ายทหาร…
วันที่ 5…
วันที่ 6…
…
หลังจากผ่านไป 1 เดือน ต้วนหลิงเทียนที่มุ่งหน้าเป็นเส้นตรงมาตลอดก็ไม่พบเจอค่ายทหารใดๆ แต่มีคนที่เหินร่างผ่านน่านฟ้าเหนือศีรษะเขาไปไม่น้อยกว่า 10 คน ในบรรดาคนเหล่านั้นคนทีอ่อนแอที่สุด ต้วนหลิงเทียนสามารถมองเห็นรูปร่างอีกฝ่ายได้คร่าวๆ
สำหรับที่แข็งแกร่งขึ้นมาหน่อย เขาเห็นได้แต่เงาเลือนลางเท่านั้น
ส่วนที่แข็งแกร่งมาก เขาไม่เห็นอะไรเลย ได้ยินแต่เสียงแหวกอากาศดังขึ้นตามหลังเท่านั้น…