“เจ้าหนู เจ้าถามเสียละเอียดยิบเช่นนี้ หรือเจ้าคิดจะตอบแทนข้าจริงๆ?”
ชายชราคลี่ยิ้มบางๆ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ขอท่านผู้อาวุโสโปรดบอกข้าน้อยด้วยเถอะ”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถามด้วยสีหน้าแววตาจริงจัง
“ช่างเถอะ บอกเจ้าไปก็ไม่เสียหายอะไร…ข้าผู้เฒ่าเรียกว่า ‘เย่เป่ยหยวน’ มาจากดินแดนดาราพิศวง เป็นผู้อาวุโสของนิกายฟ้าจรัสแสงในดินแดนดาราพิศวง…”
ชายชราส่ายหัวพลางกล่าว
พอมันพูดจบ ก็ย้อนถามต้วนหลิวเทียนว่า “เจ้าเล่า เจ้าหนู…มาจากดินแดนดาราพิศวงเหมือนข้าหรือไม่?”
“ใช่แล้วผู้อาวุโส”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบ “เพียงแต่ข้ามาจากสถานที่เล็กๆในดินแดนดาราพิศวง จึงงมิเคยได้ยินชื่อเสียงเรียยงนามของผู้อาวุโสรวมถึงนิกายฟ้าจรัสแสงมาก่อน…เกรงว่าสำหรับผู้อาวุโสแล้ว ข้าน้อยเป็นเพียงแค่กบในบ่อเท่านั้น”
“เหอะๆ นิกายฟ้าจรัสแสงของเราผู้มิได้ยิ่งใหญ่อันใด เจ้าจะไม่เคยได้ยินมาก่อนก็เป็นเรื่องปกติ”
เย่เป่ยหยวนกล่าวสืบต่อด้วยรอยยิ้ม “อย่างไรก็ตามเจ้านับว่าโชคดียิ่ง ที่ได้มาเจอข้าที่มาจากดินแดนดาราพิศวงเช่นเดียวกัน…”
“นับว่าพวกเรามีวาสนากันไม่น้อย”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ขณะเดียวกันก็สลักชื่ออีกฝ่าย และขุมกำลังต้นสังกัดของอีกฝ่ายเอาไว้ในใจอย่างไม่ลืมเลือน
เย่เป่ยหยวน
นิกายฟ้าจรัสแสง!