ต้วนหลิงเทียนมองงไปยังชายชรา ก่อนจะประสานมือโค้งกล่าวอย่างนอบน้อม “ตลอดเดือนกว่าที่ผ่านมา ผู้น้อยโชคดีที่รอดชีวิตมาได้ขณะพยายามตามหาค่ายทหาร…ไม่ทราบผู้อาวุโสจะกรุณาเมตตาข้าน้อยสักครั้ง พาข้าน้อยไปส่งที่ค่ายทหารได้หรือไม่?”
ไม่รอให้ชายชราตอบคำใด ต้วนหลิงเทียนก็เร่งกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หากท่านผู้อาวุโสเมตตาช่วยเหลือข้าสักครั้ง ข้าต้วนหลิงเทียนจะจดจำความกรุณาของผู้อาวุโสไว้ในใจไม่ลืมเลือน วันหน้าข้าจักตอบแทนท่านให้จงได้”
“ต้วนหลิงเทียน?”
ชายชราคลี่ยิ้มบางๆ “ชื่อเจ้าอหังการดีนี่…”
“อย่างไรก็ตาม อาศัยเจ้าที่เป็นเพียงครึ่งก้าวเทพ จะตอบแทนข้าที่เป็นจอมราชันเทพขั้นกลางอย่างไรเล่า?”
ชายชราส่ายหัวไปมาด้วยรอยยิ้ม พลางกล่าว “ช่างเถอะ ได้พบพานถือเป็นพรหมลิขิต ในเมื่อข้าพบเจอเจ้าแล้ว และมาหาเจ้าด้วยความอยากรู้ เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปส่งเอง”
“ด้วยความเร็วของข้า ราวๆ 2 วันก็สมควรพาเจ้าไปส่งยังค่ายทหารที่ใกล้ที่สุด”
ชายชรากล่าว
“ขอบคุณท่านผู้อาวุโสยิ่ง!”
คำพูดของชาชราทำให้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกยินดีถึงขีดสุด เสมือนเขาได้ไขว่คว้าฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้าย ขณะก้าวข้ามหุบเหวแห่งความตาย…
ในขณะที่ชายยชราหอบหิ้วเขาเดินทาง ต้วนหลิงเทียนก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง “ท่านผู้อาวุโส มิทราบท่านมีนามเลิศล้ำว่าอะไร แล้วมาจากระนาบเทพแห่งไหน รวมถึงขุมกำลังอันใดหรือ?”