ตอนนี้เอง หยางเหมิงก็เร่งกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง สีหน้าแลดูไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่ “ตอนนี้มีแต่ต้องทำเช่นนี้เท่านั้น รีบลงมือเถอะ…หาชักช้าข้าเกรงว่าเทพเบญจธาตุของพวกเราคงโดนกลืนกินไม่เหลือแล้ว!”
“ข้าคิดว่า เจ้าเองก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นกระมัง?”
“เจ้าอย่าได้ห่วงไป ข้าเจ้ารวมถึงกองทัพสัตว์อมตะของเจ้าแค่พยายามถ่วงรั้งนางเท่านั้น ข้าจะนำเองเจ้าคอยหนุนเสริมข้าด้านหลัง ทั้งให้กองทัพสัตว์อมตะคอยก่อกวนนางไปก็พอ”
หลังได้ยินคำพูดของหยางเหมิง อสูรเพลิงก็ไม่คิดยึกยักอะไรอีก ทั้งคู่มอบสบตากันครู่หนึ่งจากนั้นภายใต้การนำของหยางเหมิง พวกมันก็ลงมือพร้อมกัน ปรี่ตรงเข้าใส่ร่างสตรีงามในชุดสีรุ้งบนกระบี่บินทันที
ส่วนด้านถานจินกับเหอชุนลี่ คนหนึ่งปะทุพลังเข่นฆ่าเข้าใส่ต้วนหลิงเทียน ส่วนอีกคนเร่งรุดพุ่งร่างไปยังร่างอวตารกฏต้นไม้เทพสนหลิว ที่เทพเบญจธาตุของพวกมันถูกจับอยู่อย่างไม่รอช้า
ต้องกล่าวเลยว่า พวกมันเลือกลงมือได้เหมาะสมดีจริงๆ
อนิจจาพวกมันมองข้ามปัญหาไปข้อหนึ่ง ทั้งยังเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่งยวด
นั่นก็คือ ตอนนี้พวกมันอยู่ในค่ายกล!
ค่ายกลกลืนวิญญาณเบญจธาตุ ต้วนหลิงเทียนได้จัดตั้งตามคำชี้แนะของวารีเทพชำระโลกา 1 ใน 5 เทพเบญจธาตุของเขาอย่างพิถีพิถัน และวัตถุประสงค์ของค่ายกลนี้ก็คือ สะกดเทพเบญจธาตุทั้งกลืนกินมัน! แน่นอนว่าไม่ใช่เทพเบญจธาตุของต้วนหลิงเทียนแต่เป็นเทพเบญจธาตุคนอื่นๆ