ไม่ว่าจะเป็นเทพเบญจธาตุใดๆ หากตกอยู่ในค่ายกลกลืนวิญญาณเทพเบญจธาตุ พวกมันไม่เพียงแต่จะถูกบังคับให้จ่ายพลังเพื่อประคองค่ายกล แต่ยังถูกสะกดสำนึกสติให้อยู่ในห้วงนิทราไม่อาจตื่นขึ้นมาได้เอง
นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่ไฉนพวกหยางเหมิงกับคนอื่นๆ ถึงไม่อาจติดต่อกับเทพเบญจธาตุของตัวเองได้
และตอนนี้ค่ายกล กลืนวิญญาณเทพเบญจธาตุ ก็ใช้พลังของเทพเบญจธาตุของพวกหยางเหมิงเป็นแหล่งจ่ายพลังขับเคลื่อน ไม่ใช่เทพเบญจธาตุของตัวนหลิงเทียน แน่นอนว่าหากคิดจะทำลายค่ายกลนี้ เพียงแค่ทำลายตาค่ายกลที่อยู่บริเวณใจกลางเท่านั้น เพียงแต่ตาค่ายกลที่ว่าบัดนี้มีร่างอวตารกฏต้นไม้เทพสนหลิวของต้วนหลิงเทียนครอบเอาเอาไว้
การจะทำลายค่ายกล เป็นเรื่องง่าย
แค่ทำลายร่างอวตารกฏต้นไม้เทพสนหลิวของต้วนหลิงเทียนให้ได้เสียก่อน
เพียงแต่ร่างอวตารกฏต้นไม้เทพสนหลิวในปัจจุบัน ได้รับความคุ้มครองจากเทพเบญจธาตุทั้ง 5 ของพวกหยางเหมิง เพราะพวกมันกลายเป็นขุมพลังที่คอยขับเคลื่อนค่ายกลไปแล้ว เช่นนั้นพวกมันก็ต้องจ่ายพลังเพื่อรักษาร่างอวตารกฏต้นไม้เทพสนหลิวด้วย!
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!
เผชิญหน้ากับหยางเหมิง อสูรเพลิง รวมถึงกองทัพสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลของอสูรเพลิง สีหน้าหวงเอ้อยังคงเย็นชาไร้แส คนลงมือฉับไวปานอัสนีฟาด รังสีกระบี่อันแหลมคมพุ่งออกจากกระบี่หลิงหลง 7 เปลี่ยนไปสายแล้วสายเล่า ดั่งห่าฝนกระหน่ำเข้าใส่ศัตรู
“มาได้ดี!”