“เช่นนั้นพวกเราฆ่ามันก่อนเถอะ”
อสูรเพลิงที่พึ่งมาถึง พอกล่าวจบคำ ด้านหลังของมันก็บังเกิดความเปลี่ยยนแปลงบางอย่างคลื่นลมเริ่มปั่นป่วน มวลเมฆเริ่มกระจัดกระจาย ทันใดนั้นสัตว์อสูรตัวเขื่องก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่าตัวแล้วตัวเล่า ไม่ทันไรก็กลายเป็นกองทัพทื่นเรียงตัวอย่างมีระเบียบ!
“ฮู่มมม!!”
“กรรร!!”
…
เหล่าสัตว์อสูรเมื่อปรากฏตัวออกมาแล้ว พวกมันก็พากันกู่ร้องคำรามออกมาเสียงดังสนั่นฟ้าสะเทือนดิน ทั่วร่างยังปรากฏเปลวไฟลุกโชนขึ้นมาอย่างร้อนแรง มองปราดเดียวก็รู้ว่าพวกมันล้วนเป็นสัตว์อสูรธาตุไฟ
“เจ้าบ้านั่นยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน…จะไปไหนก็พกกองทัพสัตว์อสูรไปด้วยตลอด”
หยางเหมิงส่ายหน้าไปมาพลางกล่าว
“ฮ่าๆๆ”
ถานจินเองก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “หยางเหมิง สัตว์อสูรพวกนั้นไม่ใช่แค่ไม้ประดับ…หรือเจ้าลืมไปแล้ว ว่าครั้งก่อนที่เจ้าสู้กับอสูรเพลิง ก็เพราะกองทัพสัตว์อสูรเหล่านี้ถึงทำให้เจ้าต้องหนีหัวซุกหัวซุน เพราะโดนพวกมันต่างค่ายกลเล่นงานเอาจนการป้องกันของเจ้าแตกกระเจิง?”
“เฮอะ!”
ได้ยินดังนั้น หยางเหมิงก็พ่นคำสบถออกมาเสียงเย็น “ไม่ใช่เพราะข้าอยากรับทราบพลังงอำนาจของค่ายกลสัตว์อสูรนั่นรึไง หากไม่ใช่เพราะข้าอากลองดู อาศัยเดียรัจฉานเชื่องช้าเหล่านั้น พวกมันจะมีปัญญาเล่นงานข้าโดนรึไง?”
“อ้อ จะอย่างไรทัพสัตว์อสูรพวกนี้ก็ไม่ธรรมดาอยู่ดี หรือเจ้าไม่ยอมรับ?”
ถานจินคลี่ยิ้ม
ในเวลานี้