“ข้าล่ะคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าคุณหนูใหญ่ของพวกเราจะใจเด็ดถึงขั้นเข้าสู่ระนาบสมรภูมิแบบนี้…เห็นว่าสาเหตุที่คุณหนูใหญ่เลือกเข้าสู่ระนาบสมรภูมิรอบนี้ ก็ไม่มีอะไรมากกว่าเลือกจะไปเสี่ยงตายดีกว่าแต่งกับผู้แซ่อวิ๋นนั่น”
“เรื่องนี้ข้าก็เคยยได้ยินมาเหมือนกัน…และเห็นว่าที่คราวนี้คุณหนูใหญ่ไม่ใช้วิธีสุดโต่งเหมือนชีวิตก่อน เป็นเพราะลูกสาวกับครอบครัวในชีวิตนี้ของนาง”
…
ฟังจากบทสนทนาของรุ่นเยาว์ในตระกูลเซี่ยแล้ว เห็นชัดว่าพวกมันเองก็รู้อะไรมาพอสมควร
“นาท่าน 3 เองตอนนี้ก็โดนกักบริเวณอยู่ในบ้าน…เห็นว่าพยายามหนีหลายรอบแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ”
ทันใดนั้น สมาชิกตระกูลเซี่ยคนหนึ่งก็เปิดประเด็นดังกล่าว
“รอบนี้ นายท่าน 3 นับว่าทำให้ผู้นำโมโหแล้วจริงๆ”
“จะให้ทำอย่างไรได้ การปล่อยคนจากระนาบโลกียะพวกนั้นไป ก็เท่ากับปลดโซ่ตรวรพันธนาการคุณหนูใหญ่…หากว่าคุณหนูใหญ่รู้เรื่องนี้ล่ะก็ยังจะไม่หนีไปอยู่กับครอบครัวใหม่นั่นหรอกเหรอ ท่านผู้นำไม่โกรธก็แปลก”
“ดูเหมือนว่าจะอย่างไรอีก 300 ปีหลังจากนี้ งานแต่งระหว่างตระกูลเซี่ยเรากับตระกูลอวิ๋น มีแนวโน้มจะถูกจัดขึ้นอีกครั้งเหมือนในอดีต”
“เฮ่อ ข้าก็ไม่ทราบวว่าท่านผู้นำคิดอะไรอยู่กันแน่…ในเมื่อชีวิตนี้คุณหนูใหญญ่ก็ถึงกับมีลูกสาวแล้วทั้งคน ไฉนยังต้องไปบีบคั้นให้แต่งกับผู้แซ่อวิ๋นนั่นอีก นี่ไม่ใช่เท่ากับผลักคุณหนูใหญ่เข้ากองไฟหรือไร?”