กระทั่งมันยังรู้อีกด้วยว่าน้อง 3 ของตัวเอง ถึงกับลงไปยังระนาบโลกียะด้วยตัวเอง ด้วยกลัวว่าอวิ๋นชิงเหยียนจะส่งคนไปฆ่าอีกฝ่าย
พอมันได้ยินน้องชายพูดมาแบบนี้ มันก็เดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
เพราะมีแค่คนๆนั้นคนเดียว ที่น้อง 3 ของมันจะมอบโลหะที่คาดว่าจะเป็นทองเทพสุดลี้ลับให้ได้…
“โอ้! พี่ใหญ่ของข้าฉลาดเฉลียวยิ่ง ข้าไม่แปลกใจเลยว่าไฉนท่านพ่อ ถึงได้กำหนดให้ท่านเป็นผู้นำตระกูลเซี่ยคนต่อไปในตอนนั้น”
เซี่ยเจี๋ยยกนิ้วโป้งให้เซี่ยอวี่
“ไม่ต้องทำมาเป็นยกยอข้า!”
เซี่ยอวี่โพล่งคำออกมาอย่างหัวเสีย “เจ้าถึงกับมอบโลหะที่อาจจะเป็นทองเทพสุดลี้ลับขั้นแรกให้กับต้วนหลิงเทียนนั่น คงมิได้หวังปูทางให้มันเติบโตก้าวหน้ากระมัง?”
“ก็แค่…เด็กน้อยจากระนาบโลกียะต้อยต่ำเทียบไม่ได้แม้แต่คนของระนาบเทวโลก คิดว่ามอบทองเทพสุดลี้ลับให้มันไป แล้วจะช่วยอะไรมันได้เช่นนั้นรึ?”
“ข้าว่า ต่อให้โลหะนั่นจักเป็นทองเทพสุดลี้ลับจริง และมีโอกาสพัฒนาก่อเกิดสำนึกสติ ก็เกรงว่าจะทิ้งมันแล้วไปหาร่างต้นคนใหม่!”
“น้อง 3 ครั้งนี้เจ้าเลอะเลือนใหญ่แล้ว…มอบโลหะชิ้นนั้นให้มัน ยังต่างอะไรกับทิ้งหยกลงทะเล ให้คลื่นซัดให้ตายก็มิวันมาเกยฝั่ง!”
กล่าวถึงประโยคท้าย เซี่ยอวี่ก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาไม่หยุด ด้วยคิดว่าน้อง 3 ของมันได้ทำเรื่องเหลวไหลไปแล้วจริงๆ
เป็นธรรมดาว่า น้อง 3 มันคิดอ่านอะไรอยู่ มันย่อมเดาได้ไม่ยาก