กล่าวให้ชัดคือรอยประทับจิตเทพที่จี้โยวประทับไว้ในร่างจี้หยิ่ง ได้สําแดงอานุภาพปกป้องจี้หยิ่งเอาไว้ในห้วงเวลาเป็นตาย! ทว่าหลังต้านทานลําแสงกระบี่ทําลายล้างของหวงเอ้อได้แล้ว เงาร่างของจี้โยววก็อ่อนจางลงปานภูตผี คล้ายจะสลายหายไปได้ทุกเมื่อ เรื่องจะให้ต้านรับหวงเอ้ออีกครั้ง คงเป็นไปไม่ได้
และหลังจากที่เงาร่างปานวิญญาณของจี้โยวปรากฏขึ้น มันก็ไม่ได้มองหวงเฮ้อผู้ลงมือแต่อย่างใด เพียงมองจ้องไปยังร่างต้วนหลิงเทียนเขม็ง เพราะมันรู้ดีว่าผู้ที่กุมชะตาชีวิตศิษย์มันเอาไว้ตอนนี้ ก็คือต้วนหลิงเทียน
“ต้วนหลิงเทียน”
จี้โยวที่แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยโทสะ ทั้งกล่าวออกมาเสียงหนัก หากแต่ถ้อยคํากลับเป็นการขอประนีประนอมหมายรอมชอมกับต้วนหลิงเทียนชัดเจน “วันนี้ขอเพียงเจ้าปล่อยศิษย์ข้าไปสักครั้งข้าจะสะบั้นความแค้นระหว่างข้ากับเจ้าทิ้งเสีย”
“ข้าจะไม่หาความเจ้า เรื่องที่เจ้าฆ่า หวู่หลง ศิษย์คนที่ 2 ของข้าอีกต่อไป!”
ในฐานะจักรพรรดิสวรรค์ที่ครองอํานาจเบ็ดเสร็จในระนาบเทวโลกระนาบหนึ่ง ทั้งยังเป็นถึง อันดับ 1 ในรายนามจักรพรรดิสวรรค์ คําพูดของจี้โยวตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับก้มหัวให้ตัวนหลิงเทียน พาลให้ผู้คนรอบๆอดชมดูจนละลานตาไม่ได้
“จักรพรรดิสวรรค์จี้ฟานเทียน ที่เป็นถึงตัวตนขอบเขตเทพ.กลับยอมลงต่อหน้าต้วนหลิงเทียน?”
ทุกคนรู้สึกเหลือเชื่อกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นตรงหน้าจริงๆ
“ท่านอาจารย์!”