หลัวซู่กำหมัด ยามนี้นางตกที่นั่งลำบากราวขี่บนหลังเสือ
หากไม่ตกลงให้ฮั่วไห่โจวสืบวิญญาณ ทั้งสำนักก็จะไม่พอใจและฝ่ายรักษาระเบียบก็จะยึดอำนาจ
หากตกลงให้อีกฝ่ายสืบวิญญาณ วิญญาณของเฉียนฮวั่นโหรวและเจียงผิงอันก็จะเสียหายสาหัส กระทบต่อการฝึกฝนในภายหน้าของพวกเขา
นอกจากนั้น ใครจะอยากให้ความลับของพวกตนถูกผู้อื่นเห็น?ใครบ้างไร้ความลับที่ไม่อยากให้ผู้อื่นรู้?
รอยยิ้มกริ่มปรากฏบนใบหน้าเฒ่าชราของฮั่วไห่โจว
“ประมุขศาลา เจ้าลังเลอะไร? ขอเพียงสืบวิญญาณเสียเดี๋ยวนี้ ก็รู้ได้แล้วว่าพวกเขาเป็นคนทรยศหรือไม่”
ดูซิว่านังนี่จะยังกร่างกำแหงได้เช่นไร
ระห ่านักหรือ?
ทำตัวไม่ถูกแล้วล่ะสิ
“สัจธรรมต้องกระจ่างแจ้ง!” ศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบผู้หนึ่งฉวยโอกาสตะโกนขึ้น
ศิษย์ศาลาเติงเซียนคนอื่น ๆ ซึ่งถูกกระตุ้นอารมณ์ตะโกนประสาน
“สัจธรรมต้องกระจ่างแจ้ง!”
“เราต้องไม่ให้สายสืบของเคหาสน์เทพจันทราแทรกซึมเข้ามาได้!”
“นี่เกี่ยวกับความปลอดภัยของศาลาเติงเซียน ต้องสืบถึงวิญญาณ!”
เคหาสน์เทพจันทราเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุดของศาลาเติงเซียนสองฝ่ายมักกระทบกระทั่งแค้นเคืองกัน
สีหน้าของหลัวซู่เคร่งขรึม เอ่ยขึ้นเสียงเข้ม “เรื่องการสืบวิญญาณ ประมุขศาลาผู้นี้จะตรวจสอบเอง”
นางไร้ทางเลือกนอกจากต้องใช้วิชาสืบวิญญาณเองเพื่อมิให้วิญญาณศิษย์ตนเสียหาย
“ไม่ได้! ใครจะรู้ว่าเจ้าจะใจอ่อนจนจงใจปกปิดอะไรหรือเปล่า”
ฮั่วไห่โจวไม่ยอมให้โอกาสนี้กับหลัวซู่ เขาก