้าซึ่งค่อนข้างซูบเซียวไร้เค้าอารมณ์ใด ราวกับเรื่องที่เขาคว้าชัยเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว
ผู้ฝึกตนทั้งหลายเดือดดาลเสียจนลุกขึ้นสบถสาบาน
“คนชั่วน่ารังเกียจ! เลวทรามสิ้นดี!”
“การประลองครั้งนี้ไม่นับ! คนเช่นนี้คู่ควรเป็นอันดับหนึ่งแล้วหรือ?”
“แต้มผลงานของข้าเอาไปเดิมพันข้างคนอื่นหมดแล้ว ใครจะคิดว่าขยะพรรค์นี้จะชนะได้”
ชัยชนะของเจียงผิงอันเกินคาดหมายของปวงชนไปสนิท
เขาลำพังได้แต้มผลงานไปห้าแสนสี่หมื่นกว่าแต้ม ทำลายสถิติของโหยวซิวเมื่อพันสองร้อยปีก่อน เกิดเป็นสถิติใหม่
หากเจียงผิงอันได้แต้มผลงานมากมายเช่นนี้มาจากการต่อสู้ปวงชนคงไม่ว่าอะไร
แต่มันเป็นแต้มที่ได้มาจากวิธีการน่ารังเกียจเช่นนี้
เจียงผิงอันมิได้ยินเสียงโวยวายก่นด่าเบื้องนอก ต่อให้ได้ยินก็ไม่สนใจ
นี่คือสมรภูมิ มิใช่สนามเด็กเล่น ผู้ชนะคือราชัน
ภายใต้กฎเกณฑ์ ขอเพียงชนะได้ ก็ไร้จำกัดวิธีการ
ขณะนี้ หนึ่งเสียงเฒ่าชราพลันดังเหนือสมรภูมิ
“การประลองครั้งนี้เป็นโมฆะ”
ทันทีที่วาจาเหล่านี้ถูกกล่าว เสียงโวยวายซึ่งเดิมโหวกเหวกไปหมดพลันเงียบหาย
เจ้าของเสียงอันคุ้นเคยนี้ก็คือฮั่วไห่โจว ผู้อาวุโสฝ่ายรักษาระเบียบ
ในโถงหลักของศาลาเติงเซียน ฮั่วไห่โจวซึ่งเมื่อครู่หายตัวไปครู่หนึ่งพลันปรากฏตัวขึ้นแล้วประกาศข่าวอันน่าตกใจ
“จากการสืบหาของผู้อาวุโสผู้นี้ ยามเจียงผิงอัน เยี่ยอู๋ฉิงและเฉียนฮวั่นโหรวเข้าสู่ศาลาเติงเซียน พวกเขามิได้ผ่านการทดสอบใด ๆ แต่เข้าม