และในปัจจุบัน เถี่ยหมิงก็กำลังพูดกับชายชราคนหนึ่ง
ชายชราที่ว่ามาในชุดคลุมยาวสีเขียวขี้ม้า เส้นผมเป็นสีดอกเลา หางคิ้วขาวของมันยังตั้งขึ้นปานอินทรีย์ แม้อยู่ในอารมณ์สงบเฉยเมยไร้โทสะ แต่กลับให้ความรู้สึกน่าเกรงขามพิกล ใบหน้าของมันเกลี้ยงเกลาไร้ซึ่งริ้วรอยของผู้ชราแต่อย่างใด กลับอ่อนวัยราวชายหนุ่มที่ย่างเข้าสู่ชายวัยกลางคน ท่วงท่าไม่แยแสโลกหล้าวางตัวราวเทพเซียน
มันก็คือผู้นำของพันธมิตรขุนเขา หยวนฝู
เนื่องเพราะครั้งนี้ผู้ที่มาเป็นถึงชนชั้นผู้นำของพันธมิตรเมฆยามสารท แม้หยวนฝูจะเป็นผู้นำพันธมิตรขุนเขา มันก็ไม่นั่งบนเก้าอี้ตรงกลางที่มีตำแหน่งสูงสุด เพียงนั่งลงเสมอกับเถี่ยหมิงเพื่อสนทนากันอย่างเท่าเทียม
“รองผู้นำเถี่ย ท่านยืนยันได้แน่ชัดแล้วหรือ…ว่าพันธมิตรอุดรลี้ลับนั่นคิดจะบุกมาจู่โจมพวกเราจริงๆ?”
ข้างกายหยวนฝูมีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ รูปร่างของมันไม่สูงไม่เตี้ยไม่อ้วนไม่ผอม หน้าตาแลดูดาษๆไร้จุดเด่น เรียกว่าหากโยนไปปะปนกับฝูงชนเพียงคลาดสายตาเล็กน้อยก็คงยากจะมองหาได้พบ มันมองถามรองผู้นำพันธมิตรเมฆยามสารทเถี่ยหมิงจบ ก็คลี่ยิ้มพลางส่ายหน้าไปมาเบาๆราวกับเห็นว่าเป็นเรื่องเหลวไหล
มันคือรองผู้นำพันธมิตรขุนเขา ฉีคุน
“รองผู้นำฉี”