พอเถี่ยหมิงหันไปมองฉีคุน สองตามันก็ทอประกายเรืองขึ้นวูบหนึ่ง กล่าวว่า “หรือพวกท่านพันธมิตรขุนเขาคิดจะเดิมพันด้วยทุกสิ่ง? หากใช่ เช่นนั้นข้ากับท่านผู้นำก็คงต้องตัวลาไปก่อน ไม่คิดอยู่รบกวนพวกท่านพันธมิตรขุนเขาแล้ว…”
“ข้าขอพูดตรงๆ ที่ข้ากับท่านผู้นำถ่อมาเยือนพันธมิตรขุนเขาท่านถึงที่ ก็เพื่อมาหารือเรื่องร่วมมือกันโดยเฉพาะ!”
“และข้าไม่เชื่อ ว่าพวกท่านจะไม่เคยคิดเรื่องร่วมมือกับพวกเรา!”
“การที่พวกเราเป็นฝ่ายมาเยือนพันธมิตรขุนเขาท่านและออกปากขอความร่วมมือกับพวกท่านก่อน ก็ถือว่าพวกเราหาทางลงให้กับพวกท่านแล้ว…แต่หากพวกท่านไม่คิดยอมลง พวกเราก็ไม่คิดบังคับ! เต็มที่ก็แยกย้ายกันไปตัวใครตัวมัน!!”
พอกล่าวจบคำ มือที่ใหญ่ปานใบลานของเถี่ยหมิงก็ตบโต๊ะดัง ‘ปั้ง’ จากนั้นร่างใหญ่โตราวหมีควายของมันก็ลุกขึ้นยืนดังพรวด ทำท่าราวกับจะจากไปจริงๆ!
“ช้าก่อนรองผู้นำเถี่ย ขอท่านอย่าได้ใจร้อน”
ฉีคุนก็เร่งลุกขึ้นยืนและกล่าวรั้งเถี่ยหมิงเอาไว้ เพราะเรื่องราวก็เป็นอย่างที่เถี่ยหมิงพูดจริงๆ พันธมิตรขุนเขาของพวกมันก็อยากร่วมมือกับพันธมิตรเมฆยามสารทเช่นกัน เพียงแค่มันถือดีว่าตัวเองเหนือกว่าอีกฝ่าย จึงไม่อาจบากหน้าลดตัวไปขอความร่วมมือก่อน จะอย่างไรเสียก็เคยเป็นศัตรูกันมา มีเรื่องเขม่นบาดหมางกันก็ไม่น้อย