ยามบุคคลระดับสูงมากมายของศาลาเติงเซียนได้ยินคำประเมินของโหยวซิวต่อเจียงผิงอัน พวกเขาก็ชำเลืองมาทางเจียงผิงอันทันที
ได้ถึงครึ่งของโหยวเชียนชิวก็โดดเด่นมากแล้ว
ประมุขศาลาหลัวซู่กล่าวกับศิษย์ข้างตัวนาง “เสี่ยวโหรว มิคาดเลยว่าพรสวรรค์ในฐานะผู้ฝึกจิตของคู่บำเพ็ญเจ้าจะดีเพียงนี้”
เฉียนฮวั่นโหรวอ ้าอึ้งเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่เอ่ยวาจา
หากนางบอกว่าพรสวรรค์การฝึกจิตของเจียงผิงอันสู้การฝึกกายาและวิญญาณมิได้ อาจารย์นางคงไม่ยอมเชื่อแน่ ๆ
หลัวซู่ยั่วยุฮั่วไห่โจวต่อไป “ผู้อาวุโสฮั่ว ศิษย์รุ่นเยาว์กลุ่มนี้ของฝ่ายรักษาระเบียบไม่ไหวเลย วัน ๆ พวกเขาคิดแต่จะกดขี่คน ไม่สนใจฝึกฝนกันบ้างเลยหรือไร?”
ฮั่วไห่โจวกำราวระเบียงพลางเอ่ยเสียงเย็น “ก็ยังดีกว่าบุตรีเจ้าแล้วกัน”
“คนของเจ้ารุมโจมตีบุตรีข้า ยังมีหน้ามาพูดอีก นอกจากนั้นใครบอกเจ้าว่านี่คือร่างจริงของบุตรีประมุขศาลาผู้นี้? มันอาจจะเป็นเพียงอวตารทั่วไปก็ได้?”
หลัวซู่ชำเลืองฮั่วไห่โจวอย่างดูแคลน “หากอยากเห็นฝีมือบุตรีประมุขศาลาผู้นี้ ก็อดทนรอดูในศึกคัดเลือกสู่ศาลาสาขาหลักสี่ปีให้หลังดีกว่า”
ฮั่วไห่โจวเอ่ยเบา ๆ “ข้าได้ยินว่าบาดแผลของประมุขศาลาสาหัสร้ายแรง ไม่รู้ว่าจะอยู่ไหวถึงสี่ปีให้หลังหรือไม่”
“ขอบคุณผู้อาวุโสฮั่วที่เป็นห่วง บาดแผลของประมุขศาลาผู้นี้ฟื้นคืนแล้ว เจ้ายังไม่ถึงระดับนี้ ไม่รู้หรอกว่าขอบเขตนี้แข็งแกร่งแค่ไหน”หลัวซู่ยิ้มแย้ม
เปรี้ยง!
ส