“จ้าววิหารหวู่ เรื่องนี้ข้าไม่ต้องให้ท่านกล่าวเตือน”
หมี่ซวนกล่าว จากนั้นพลังวิญญาณอันสุดไพศาลก็แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งดาวเคราะห์ไม่เว้นกลุ่มดาวทั้งหมดในเวิ้งจักรวาลส่วนนี้ ทำให้เทพเบญจธาตุไม่มีทางเล็ดลอดสายตามันไปได้แน่นอน
“เอาล่ะ วารีเทพชำระโลกาให้ท่านก็ได้”
สุดท้ายด้วยการยืนกรานของหวู่หงชิง หมี่เยี่ยนก็ได้แต่ยอมอ่อนข้อให้
ในบรรดาเทพเบญจธาตุทั้ง 5 นั้น สุดท้าย วารีเทพชำระโลกากับเพลิงเทพโกลาหลก็ถือว่าเป็นของหวู่หงชิงกับวิหารเฟิงฮ่าว ส่วนเทพเบญจธาตุที่เหลืออีก 3 ชนิด จะเป็นของมันกับพี่ชายมัน หมี่ซวน
เมื่อเห็นว่าพระอาจารย์หมี่เยี่ยนยอมลงให้แล้ว หวู่หงชิงก็คลี่ยิ้มร่าออกมาทันที
“หมี่เยี่ยน เช่นนั้นอย่าได้เสียเวลาอีกเลย…ได้เวลาที่เจ้าจักช่วงชิงร่างต้วนหลิงเทียนแล้ว ในเมื่อพวกเราพามันมาถึงระนาบเหยียนหวงที่ถือว่าเป็นบ้านเกิดหลังหนึ่งของมัน ก็นับว่าเติมเต็มความปรารถนาสุดท้ายของมันแล้ว”
พอหวู่หงชิงหันไปมองต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นมาบางๆ หากแต่แววตากลับเฉยชาราวมองคนตาย
“ต้วนหลิงเทียน”
พระอาจารย์หมี่เยี่ยนมองต้วนหลิงเทียนพลางกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มสดใส “ขอบคุณเจ้ามาก สำหรับข่าวของเทพเบญจธาตุ…หากชาติหน้ามีจริง เจ้าสามารถเลือกเกิดเป็นสุนัขได้ และหากพบเจอข้าก็อย่าลืมกระดิกหางแล้วมาอ้อนวอนข้าเล่า ข้าจักได้หาของกินอร่อยๆให้เจ้า กระทั่งยังจะเลี้ยงเจ้าอย่างดี”
“ฮ่าๆๆๆ…!!”