“อ้อ ดูเหมือนเจ้าจะรู้แล้วสินะ?”
ยูไลหรือที่แท้ก็คือพระอาจารย์หมี่เยี่ยนอึ้งไปวูบหนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ “อย่างไรก็ตามข้าชอบให้ผู้อื่นเรียกข้าว่า พระอาจารย์หมี่เยี่ยนมากกว่า”
“สำหรับเผ่าภูต…หลังจากที่ข้าชิงร่างเจ้าแล้ว เผ่าภูตก็จักไม่ต้อนรับข้าอีกต่อไป…และตัวข้าก็จะไม่ถือว่าเป็นคนของเผ่าภูตเช่นกัน”
“เพราะข้าจะกลายเป็นเจ้า! ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้า ไม่ว่าจะพลังฝึกปรือ ความทรงจำ หรือแม้แต่ความเข้าใจทั้งหมดที่เจ้ามี!!”
กล่าวถึงจุดนี้พระอาจารย์หมี่เยี่ยนก็หันไปมองหวู่หงชิงอีกครั้ง “จ้าววิหารหวู่ ท่านสมควรรู้จักเผ่าภูตเราดีกระมัง และท่านก็สมควรรู้ด้วยว่าเผ่าภูตจะไม่มีทางยอมรับผู้ที่ลงมือช่วงชิงร่างผู้อื่นไปแล้วเด็ดขาด…”
“ยิ่งไปกว่านั้น ท่านก็สมควรรู้ความสามารถของเผ่าภูตเราดี…ว่าพวกเราเผ่าภูตนั้น ตลอดชั่วชีวิตสามารถใช้ความสามารถ ‘ช่วงชิง’ เพื่อแย่งชิงร่างกายผู้อื่นได้โดยสมบูรณ์ครั้งหนึ่ง!”
“และข้าตั้งใจจะใช้โอกาสเพียงหนึ่งเดียวของข้าเพื่อช่วงชิงร่างต้วนหลิงเทียน!”
“สำหรับร่างยูไลที่ข้าใช้อยู่ยามนี้ ข้าเพียงครอบงำมันเฉยๆ ไม่ได้ใช้ความสามารถช่วงชิง หรือทำลายดวงจิตของมันเพื่อยึดร่าง จวบจนหลอมกลืนจิตวิญญาณของมันอันใดทั้งสิ้น…ข้าแค่สะกดจิตวิญญาณของมัน และควบคุมร่างของมันเป็นการชั่วคราวเท่านั้น”
“และเรื่องที่ข้าพูดออกมาทั้งหมด ล้วนเป็นความสัตย์จริง!”