หากแต่สายตาของจ้าววิหารเชิงฮ่าวก็ยังคงมองมายังฉีคงให้กับรองจ้าววิหารอีกคน พลางถามซ้ำ “บัดนี้อาวุโสสูงทั้ง 2 ได้ออกความเห็นแล้วพวกท่านเล่ามีความเห็นอื่นใดหรือไม่?”
“ท่านจ้าววิหาร ข้าเห็นชอบกับท่านอาวุโสสูงทั้ง 2”
รองจ้าววิหารอีกคนชิงกล่าวตอบออกมาก่อน
ด้านอีคงไห้ก็ได้แต่คลี่ยิ้มแหยๆ “ตอนนี้ถึงข้าเสนอว่าพวกเราไม่ควรแตะต้องต้วนหลิงเทียน ก็เกรงว่าคงไม่อาจหยุดท่านได้กระมัง เพราหากข้าเดาไม่ผิดท่านจ้าววิหารสมควรตัดสินใจไปแล้ว”
ทันทีที่ฉีคงไห่กล่าวเรื่องนี้ออกมา สายตาของชายชราอีก 3 คนก็หันไปมองร่างจ้าววิหารเฟิงฮาวทันที
“กักตัวมันไว้เถอะ”
จ้าววิหารเฟิงฮ่าวเอ่ยออกด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “ดั่งเช่นที่อาวุโสสูงทั้ง 2 กล่าววิหารเฟิงฮ่าวของพวกเรา หรือต้องกลัวจักรพรรดิสวรรค์ตัวน้อยที่พึ่งบรรลุถึงขอบเขตได้ไม่กี่ร้อยปี?”
“หลังจากพวกเราจับตัวต้วนหลิงเทียนไว้แล้ว หากมันไม่ทำอะไรโง่งมก็แล้วไป แต่ถ้ามันกล้าลงมืออย่างเหิมเกริม เช่นนั้นพวกเราก็ให้มันรับรู้ถึงความทุกข์ทรมานเถอะ!”
สุดท้ายจ้าววิหารเฟิงฮ่าวก็ได้ตัดสินใจออกมา
“เช่นนั้นพวกเราจะลงมือเมื่อใด?”
ฉีคงไม่เอ่ยถาม
“รอให้ต้วนหลิงเทียนนั่นมันใช้ห้องลับแห่งกฎแล้วเสร็จก่อนประเสริฐกว่า”