ด้านพระอาจารย์หมี่เยี่ยนพอได้ยินพี่ชายรับปากแล้ว สองตามันก็ลุกวาวเป็นประกายสว่างไสวปานดวงดาวกลางฟ้ายามค่ำคืน ในใจเรียกว่ายินดีปานลิงโลด
…
ด้านต้วนหลิงเทียนย่อมไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกแห่งความตาย
ตอนนี้เขากับฟงชิงหยางอาจารย์เขา ก็ได้นั่งพักอยู่ในห้องโถงของวิหารเฟิงฮ่าว รอคอยเวลาอย่างเงียบงัน และในที่สุดเขาก็ได้เห็นร่าง ฉีคงไห่ รองจ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลัก ผู้ควบคุมกำกับการประลองศึกอัจฉริยะสวรรค์อีกครั้ง
“รองจ้าววิหารฉี”
พอเห็นฉีคงไห่อีกครั้ง ต้วนหลิงเทียนก็อดแปลกใจไม่ได้อยู่บ้าง กลับกันฟงชิงหยางแลดูสงบราวคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้
“จักรพรรดิสวรรค์ฟง ต้วนหลิงเทียน ข้ามาที่นี่เพื่อพาพวกท่านทั้งคู่ไปยังวิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลัก”
ต่างจากท่าทีจริงจังมาดขรึมในศึกอัจฉริยะสวรรค์นัก เพราะตอนนี้สีหน้าของฉีคงไห่ยามพบเจอต้วนหลิงเทียนกับฟงชิงหยางอีกครั้ง มันแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร ท่าทียังแลดูสุภาพมากขึ้น
“เช่นนั้นข้ากับศิษย์คงต้องรบกวนรองจ้าววิหารฉีแล้ว”
ฟงชิงหยางพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเฉยเมย ไม่ได้แลดูเป็นกันเองและสบายๆเหมือนตอนอยู่กับต้วนหลิงเทียน
เป็นธรรมดาว่าไม่ใช่ฟงชิงหยางจงใจทำแบบนี้ เพียงแค่มันคุ้นชินกับการทำแบบนี้ก็เท่านั้น