ทว่ายามอยู่กับต้วนหลิงเทียนมันต่างออกไป เพราะต้วนหลิงเทียนเป็นศิษย์เอกเพียงหนึ่งเดียวของมัน กระทั่งยังเป็นคนใกล้ชิดกับมัน…แต่สำหรับคนอื่นๆ จะนับเป็นตัวอะไรในสายตาฟงชิงหยางได้?
ไม่ต้องกล่าวถึงรองจ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลักด้วยซ้ำ ต่อให้จ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลักมาเอง ก็ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดา
วู้ม! วู้ม! วู้ม!
ภายใต้การนำพาของฉีคงไห่ ในที่สุดต้วนหลิงเทียนกับฟงชิงหยางก็ได้ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายเฉพาะของวิหารเฟิงฮ่าว เดินทางไปยังวิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลัก
หลังถูกเคลื่อนย้ายมาถึงค่ายกลรับตัวแล้ว สิ่งแรกที่ต้วนหลิงเทียนสัมผัสได้ก็คือไอพลังวิญญาณฟ้าดินที่หนาแน่นบริบูรณ์ ไม่ด้อยไปกว่าพลังวิญญาณฟ้าดินในพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์เลย
ที่สำคัญที่สุดก็คือ
ในระนาบอิสระแห่งนี้ พลังวิญญาณฟ้าดินระดับดังกล่าวดูเหมือนจะมีอยู่ทั่วทุกแห่งหน อย่างน้อยๆตลอดทางที่ต้วนหลิงเทียนกับฟงชิงหยางติดตามฉีคงไห่มา เขาก็ไม่พบว่าจะมีจุดไหนที่พลังวิญญาณฟ้าดินเบาบางลงเลย
“ต้วนหลิงเทียน ห้องลับแห่งกฏเป็นสถานที่สำคัญสำหรับวิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลักของพวกเราไม่น้อย ถึงแม้ข้าจะเป็นรองจ้าววิหาร แต่การจะพาเจ้าไปเข้าใช้ห้องลับแห่งกฏ ก็ยังต้องทำตามขั้นตอนบางอย่างเช่นกัน…”
ก่อนเดินทางมาถึงตำหนักหลังเขื่องที่กินอาณาบริเวณกว้างขวาง ฉีคงไห่ก็หยุดลงก่อนจะหันมามองกล่าวกับต้วนหลิงเทียน
“อ้อ”