วิหารเฟิงฮ่าวอาจเป็นขุมกำลังที่ทรงพลังยากแข็งขืนในระนาบเทวโลก แต่หากขึ้นไปอยู่ในระนาบเทพแล้วล่ะก็…เกรงว่าคงไม่อาจนับเป็นตัวอะไรได้!
เรื่องนี้เห็นได้ชัดเจนจากท่าทีปฏิบัติของฉีคงไห่ รองจ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลักที่มีต่อหลิงเจวี๋ยอวิ๋นในศึกอัจฉริยะ…เรียกว่ามันแทบจะถวายตัวเป็นสุนัขรับใช้ของหลิงเจวี๋ยอวิ๋นอยู่แล้ว
“ถึงแล้ว”
ไม่นานนักฟงชิงหยางก็พาต้วนหลิงเทียนเดินทางมาถึงวิหารเฟิงฮ่าวสาขาจี้เมี่ยเทียน และลักษณะอาคารปลูกสร้างของที่นี่ก็คล้ายๆกับวิหารเฟิงฮ่าวที่ต้วนหลิงเทียนเคยไปเยือนในอดีต
ตอนนี้ทั้ง 2 ลอยร่างอยู่บริเวณด้านหน้าประตูใหญ่ของวิหารเฟิงฮ่าวสาขาจี้เมี่ยเทียน ไม่ได้เหินร่างลงไปหยุดยืนบนพื้นรอเดินเข้าประตูใหญ่เหมือนคนอื่นๆที่มาเยือนวิหารเฟิงฮ่าว
และคนอื่นๆที่มาเยือน ไม่พ้นเป็นผู้ที่ต้องการมารับสมญานามเป็นแน่
หากไม่ใช่มารับสมญานามของด่านพลังจอมราชันอมตะ ก็เป็นสมญานามของด่านพลังจักรพรรดิอมตะ
การปรากฏตัวของต้วนหลิงเทียนกับฟงชิงหยางย่อมดึงดูดความสนใจของใครหลายๆคนเป็นธรรมดา เพราะการมาลอยร่างเหนือประตูใหญ่วิหารเฟิงฮ่าวแบบนี้ ก็เสมือนไม่ให้เกียรติวิหารเฟิงฮ่าว
“พวกมันเป็นใครกัน?”
“เหอะๆ กล้ามาเหาะหน้าประตูใหญ่วิหารเฟิงฮ่าวเนี่ยนะ? นี่พวกมันไม่กลัวกระตุ้นโทสะของวิหารเฟิงฮ่าวกันรึไง?”
“พวกมันเลอะเลือนหรือ?”
…