เสียงออกความเห็นดังขึ้นระงม จากนั้นก็ปรากฏชายวัยกลางคนร่างใหญ่คนหนึ่งเหาะขึ้นฟ้ามาหยุดลงกลางอากาศต่ำกว่าต้วนหลิงเทียนกับฟงชิงหยางไม่น้อย ค่อยเงยหน้ากล่าวว่า “ท่านทั้ง 2 ข้าว่าพวกท่านลงมาด้านล่างบนพื้นหรือเหาะต่ำกว่านี้สักหน่อยเถอะ…หากคนของวิหารเฟิงฮ่าวไม่พอใจอะไรขึ้นมา ประเดี๋ยวจะมีเรื่องมีราวเอา”
“คนของวิหารเฟิงฮ่าวยิ่งขึ้นชื่อว่าโหดร้ายอยู่”
ชายยร่างใหญ่เคราเฟิ้ม เห็นชัดว่าเจตนามาเตือนด้วยความหวังดี
“ขอบคุณสหายที่กล่าวเตือน”
ฟงชิงหยางเหลือบมองชายวัยกลางคนร่างใหญ่พลางยิ้มตอบอย่างเฉยเมย ไม่ได้มีท่าทีลักษณะอย่างที่จักรพรรดิสวรรค์มีกันเลย
ต้วนหลิงเทียนก็มองอีกฝ่ายพลางส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ไม่รู้จักมักคุ้นแต่มาเตือนด้วยความหวังดี คนแบบนี้นับว่าหาได้ยากพอสมควร
เมื่อครู่เขาได้บีบอัดเสียงผ่านพลัง และส่งเข้าไปในวิหารเฟิงฮ่าวเบื้องหน้า เพื่อแจ้งการมาของเขาแล้ว…อีกไม่นาน ก็สมควรมีคนของวิหารเฟิงฮ่าวออกมาต้อนรับเขา
หากคิดจะไปเยือนวิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลัก ก็มีแต่ต้องเดินทางผ่านวิหารเฟิงฮ่าวสาขาย่อยเท่านั้น หาไม่แล้วก็ไม่มีทางไปยังสถานที่ตั้งวิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลักได้เลย
“พวกท่าน…”
พอเห็นฟงชิงหยางกับต้วนหลิงเทียนรับรู้แล้ว แต่ทั้งคู่ยังคงเลือกจะลอยร่างค้างกลางหาวอยู่เหมือนเดิม ไม่คล้ายใส่ใจอะไรกับวิหารเฟิงฮ่าวมากนัก ชายวัยกลางคนร่างใหญ่ก็พูดไม่ออก
ไม่ใช่ว่ามันเตือนทั้งคู่แล้วหรือไร?