และในขณะเดียวกัน ต้วนหลิงเทียนก็พบว่าภายในตำหนักหลังนี้ เพียงแผ่สำนึกเทวะออกไป เขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานอันลี้ลับอัศจรรย์ที่ลอยยอยู่เต็มไปหมด พลังงานเหล่านี้บ้างเร็วบ้างช้า และดูเหมือนพลังงานทั้งหลายคล้ายจะหลบหนีสำนึกเทวะของเขา
แต่อาศัยเพียงหนึ่งห้วงคิด สำนึกเทวะของเขาก็ไล่ตามไปปกคลุมมัน จากนั้นก็จับมันมาลองผสานเข้าสู่จิตวิญญาณเขา
ทันใดนั้นเอง ต้วนหลิงเทียนก็พบว่าความเข้าใจในกฏเวลาในอดีตของเขา จุดที่ยังไม่เข้าใจก็กลายเป็นเริ่มเข้าใจ บางอย่างก็เข้าใจได้ทันทีราวกับว่าเขาเกิดมาพร้อมกับมันอยู่แล้ว
‘นี่คือธาตุแห่งเวลา…’
เพียงห้วงคิด ต้วนหลิงเทียนก็แผ่พลังเซียนอมตะต้นกำเนิดออกมาผสานรวมเข้ากับพลังธาตุแห่งเวลา จากนั้นพลังดังกล่าวก็เริ่มม้วนวนคลุมกายเขา
ต่อมาต้วนหลิงเทียนก็ไม่รอช้า แผ่สำนึกเทวะเข้าไปจับพลังลี้ลับของกฏเวลาที่เต็มไปทั่วตำหนักมาผสานรวมเข้ากับจิตวิญญาณเขาทันที
‘ห้องลับแห่งกฏมันวิเศษถึงขนาดนี้เชียวหรือ…แค่จับพลังแห่งกฏที่อยู่ในนี้มาผสานรวมเข้ากับวิญญาณก็สามารถเข้าใจมันได้โดยตรง’
ต้วนหลิงเทียนรู้สึกตกใจมาก
จังหวะนี้เขาเริ่มอธิษฐานในใจ ว่าขอให้เขาอย่าได้โดนขับไล่เหมือนกับเมิ่งหลัวเลย!