ชางจวงเคยถูกวิชามายา และแก้มันได้อย่างง่ายดาย
ทว่าครั้งนี้แตกต่างออกไป เขามิอาจสัมผัสถึงมายาได้เลย
หลังจากถูกภาพหลอนเล่นงาน ความทรงจำต่อสัจธรรมก็พร่ามัวเช่นภาพฝัน ชวนให้คิดว่าตนฝันไปจริง ๆ
“บัดซบ ยามเจออีกฝ่ายเมื่อครู่ ข้าน่าจะจัดการเสียทันที!”
ชางจวงค้างคาใจยิ่ง เขาเป็นผู้มีโอกาสชนะสูงในสายตาปวงชนแต่กลับถูกตัดสิทธิ์ไปแต่แรก ๆ น่าอายนัก
หากเขาได้ชกเจียงผิงอันสักหมัด อีกฝ่ายได้ตายแน่ ๆ
เจียงผิงอันผู้นี้จะแข็งแกร่งก็เพียงพลังวิญญาณ ไม่มีทางเทียบชั้นพละกำลังกับเขาได้เลย
เขาสาบานว่าพบเจียงผิงอันในความเป็นจริงยามใด เขาจะล้างอายอย่างสาสม
ในสมรภูมิ หลัวอีเฟยผู้เตรียมตัวตายไว้แล้วชะงักค้าง
เกิดอะไรขึ้น?
ไฉนจู่ ๆ ชางจวงก็ตายไป?
ชางจวงผ่านกาลเวลาแสนนานในมายา ทว่าแท้จริงผ่านไปเพียงอึดใจ
คนอื่น ๆ เห็นเพียงชางจวงชะงักครู่หนึ่ง ก่อนจะสลายตัวหายจาก
“วิชามายา?”
หลัวอีเฟยพลันจำได้ว่าเจียงผิงอันเคยใช้มายาในพนาผีเบญจภัยมาก่อน กระทั่งทำให้จงหลินหวาดกลัวหลั่งน ้าตา
เจียงผิงอันใช้วิชามายาอะไรกัน จึงฆ่าได้กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการในมายา?
อันที่จริง สิ่งที่เจียงผิงอันใช้มิใช่วิชา แต่เป็นพลังอย่างหนึ่ง
มันคือการผสานพลังมายาในพนาผีเบญจภัยเข้ากับฤทธิ์ดวงตาของเขาเอง
ยามเจียงผิงอันได้เนตรลึกลับนั้นมา เขาก็ตกสู่วงจรสังสารวัฏอันรวดร้าวสาหัส
เมื่อพลังวิญญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้น เขาก็ได้พลังนี้มาเช่นกัน
อิงจากผล