ทุกการโจมตีของสัตว์อสูรร้ายเหล่านี้ ความว่างเปล่าถึงกับสนั่นหวั่นไหว ทําให้ตัวนหลิงเทียนบอกได้ทันทีวว่าสัตว์อสูรร้ายที่กําลังเข่นฆ่ากันทั้งหลายนั่น ไม่ว่าตัวไหนก็มีพลังระดับจักรพรรดิอม ตะทั้งสิ้น เพียงแต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่มีสติปัญญาสองตายังแดงฉานปานโลหิตคล้าคุ้มคลั่งและเข่นฆ่ากันตามสัญชาตญาณเท่านั้น
“สัตว์ประหลาดพวกนี้เกิดจากพลังปราณโลหิตที่เอ่อล้นออกมาจากนรกอสุราและคุณ ภาพของพลังวิญญาณฟ้าดินในนรกอสุราก็ไม่น่าจะแตกต่างจากพลังวิญญาณฟ้าดินในระนาบเทพมากนักแต่มันไม่บริสุทธิ์เหมือนพลังวิญญาณฟ้าดินในระนาบเทพ และเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งกระหายเลือดหากคิดจะมาบ่มเพาะพลังที่นั่น จําต้องขัดเกลามันให้สงบเสียก่อนถึงจะดูดซับได้ซึ่งนั่นก็ต้องใช้ความพยายามอยู่บ้าง”
“หากไม่ใช่เพราะสาเหตุดังกล่าว ร่างจริงของข้าคงทะลวงถึงขอบเขตราชาเทพไปนานแล้ว”
ฟงชิงหยางกล่าว ขณะนําต้วนหลิงเทียนเข้าสู่นรกอสุรา
“กรรร!!”
ระหว่างเดินทางอยู่ๆก็อุบัติสัตว์อสูรตัวเขื่องหนึ่งโจนทะยานเข่นฆ่าเข้ามาอย่างดุร้าย เป็นสัตว์ประหลาดที่ตัวใหญ่ปานขุนเขาลักษณะคล้ายพยัคฆ์ 6-7 ส่วน เพียงแค่มันมีปีกกระดูกที่หลังและมีเขางอลุ้มอยู่บนหัว เป้าหมายการเข่นฆ่าของมันก็คือต้วนหลิงเทียน
ราวกับต้วนหลิงเทียนและฟงชิงหยางเป็นอันธพาลกลุ่มอื่นที่กําลังจะมายึดอาณาเขตของมันอย่างไรอย่างนั้น
ฟัฟฟ!