ฉีคงไห่พยักหน้าตอบคําต้วนหลิงเทียนด้วยรอยยิ้ม เรียกว่าใบหน้าของมันยามนี้แลดูอ่อนโยนไม่ต่างสายลมฤดูใบไม้ผลิ ไม่คล้ายคนที่ไม่เต็มใจจะส่งมอบผลอมตะหยวนปะทุออกมาแม้แต่น้อยเหมือนเป็นแค่ผู้ใหญ่ใจดีคนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ยิ่งเห็นแบบนี้ต้วนหลิงเทียนยิ่งเพิ่มความระวังอีกฝ่ายมากขึ้น
เพราะมีหลายๆครั้ง ที่คนแลดูใจดีมีเมตตาเช่นนั้น ล้วนซ่อนใบหน้าอํามหิตและร้ายกาจเอาไว้
ทวนเปิดเผยง่ายป้องกัน เกาทัณฑ์เร้นลับยากปัดป้อง….
“นอกจากนั้น หากเจ้าคิดเข้าใช้ห้องลับแห่งกฎของวิหารเฟิงฮ่าวเรา เจ้าจะเข้าใช้มันเมื่อไหร่ก็ได้เพียงไปเยือนวิหารเฟิงย่าวสาขาเมียเทียน และขอเข้าพบจ้าววิหารที่นั่น เดี๋ยวมันก็จะพาเจ้ามายังวิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลักเพื่อเข้าใช้ห้องลับแห่งกฎด้วยตัวเอง”
ขณะกล่าวถึงจุดนี้ นี่คงไห่ก็หันไปมองเกาะลอยเล็กๆเกาะหนึ่งไกลตา
และเกาะลอยเล็กๆที่ว่า ก็ปรากฏร่างหนึ่งเหินมาอย่างรู้งาน เป็นชายวัยกลางคน รูปร่างปานก ลาง หน้าตาค่อนข้างธรรมดา มาในชุดคลุมสีดํา สีหน้าแลดูอึมครึมเป็นธรรมชาติ
“ต้วนหลิงเทียน ข้าคือจ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาขาขี้เมียเทียน เอ๊ยยา”