ชายวัยกลางคนปริปากกล่าวคําแนะนําตัวเองพลางคลี่ยิ้มฝืนๆออกมา แต่รอยยิ้มของมันช่างแลดูน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้เสียอีก ชวนให้ใบหน้าที่เดิมอึมครึมกลายเป็นสยองไปกันใหญ่ “ไม่ว่า เจ้าต้องการไปใช้ห้องลับแห่งกฎที่วิหารเฟิงฮ่าวสาขาหลักเมื่อใดก็มาเยือนวิหารเฟิงฮ่าวสาขาเมียเทียนของเราได้ทุกเมื่อ”
“พอเจ้ามาถึงก็เพียงแค่แจ้งชื่อเท่านั้น”
เอี้ยยากล่าว
“ได้”
ต้วนหลิงเทียนพยัยกหน้าขานรับ “เช่นนั้นวันหน้าข้าคงต้องไปรบกวนจ้าววิหารเอี้ยแล้ว”
“ไม่รบกวนๆ”
เอ๊ยยาส่ายหัวไปมา ก่อนจะหันหลังและเหินร่างกลับ
“ไปกันเถอะ”
ขณะเดียวกัน พอฟงชิงหยางเห็นว่า ตัวนหลิงเทียน ศิษย์ของตัวได้รับผลอมตะหยวนปะทุเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าก็เริ่มคลี่ยิ้มยินดีอย่างหาได้ยาก จากนั้นก็กล่าวชวนต้วนหลิงเทียน ก่อนจะหอบริ้วร่างต้วนหลิงเทียนจากไปโดยตรง
ร่างทั้ง 2 อันตรธานหายไปในพริบตา กระทั่งในสายตายอดฝีมือ คนก็กลายเป็นจุดดําเล็กๆหายลับไปในม่านเมฆฉับไว
กระทั่ง 2 คนจากไปสักพักแล้ว สถานที่จัดการประลองศึกอัจฉริยะก็ยังคงอยู่ในความเงียบงัน
ครูต่อมา ค่อยหวนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ทุกคนเอาแต่พูดถึงการประลองก่อนหน้าไม่หยุด “ต้วนหลิงเทียนร้ายกาจเกินไป แต่ต้นจนจบแทบไม่ได้ทําอะไรมากมายเลยด้วยซ้ํา เรียกว่าอาศัยแค่พลิกฝ่ามือเท่านั้น ก็จัดการถังซานเปากับหลิงเจวี่ยอขึ้นอยู่หมัดแล้วพวกมันไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย”