ส่วนอีกด้านนั้น หลิงเจวี๋ยอวิ๋นเองบัดนี้ทั่วร่างก็ปกคลุมไปด้วยไอพลังสีดำ นอกจากนั้นรอบๆตัวยังปรากฏกระแสอัสนีสีเลือดแล่นวาบแปลบปลาบ ปลดปล่อยกลิ่นอายพลังสะกดข่มอันน่าสะพรึงกลัวออกมากดดันในบรรยากาศ จนผู้ที่พลังฝีมืออ่อนด้อยแทบหายใจไม่ออก
จังหวะนี้ เหล่าอัจฉริยะทั้งหลายที่ชมดูการประลองบนอัฒจันทร์ทั่วสารทิศ อารมณ์ความรู้สึกก็เสมือนพุ่งปรี๊ดทะลุจุดเดือด!
“ลุยเลย!!”
“การประลองนัดนี้ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะ ก็ล้วนถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์แน่!”
“นับว่าข้าอยู่มาไม่เสียชาติเกิดแล้วจริงๆ ที่ได้เป็นสักขีพยานในการประลองนัดนี้!”
…
การประลองที่กำลังอุบัติขึ้นไม่ได้มีแค่เหล่าอัจฉริยะเท่านั้นที่ให้มองชมอย่างใจจดจ่อ แม้แต่เหล่าจักรพรรดิสวรรค์ไม่เว้นคนของวิหารเฟิงฮ่าวทั้งหลาย ก็ชมดูอย่างตั้งใจไม่กล้าคลาดสายตาแม้แต่นิดเดียว
“น้องฟงท่าน…หากศิษย์หลานต้วนแพ้พ่าย ท่านไม่เสียหน้าแย่แล้วหรือ?”
จักรพรรดิสวรรค์หยวนสื่อเทียน ติงฟู่ หันไปมองกล่าวติดตลกกับฟงชิงหยาง
“เสียหน้า?”
ฟงชิงหยางคลี่ยิ้มเฉยเมย “พี่ติง เกรงว่าครั้งนี้ท่านผิดแล้ว…”
ถึงแม้ฟงชิงหยางเองก็ไม่รู้ว่าพลังที่แท้จริงของศิษย์คนนี้สูงถึงระดับไหน แต่ก่อนจะเริ่มประลอง ฟงชิงหยางก็ได้ถามความเห็นต้วนหลิงเทียนแล้ว และคำตอบของต้วนหลิงเทียนก็บอกว่าไม่มีปัญหา น้ำเสียงยังเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจอีกด้วย