ยิ่งไปกว่านั้นเผลอๆ อีกฝ่ายจะไม่รู้ว่าตระกูลอวิ่นเกิดเรื่องจนล่มสลายไปแล้วด้วยซ้ํา ไม่งั้นคงไม่แลดูสุภาพเกรงใจกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นถึงขนาดนี้แน่
เนื่องจากตัวนหลิงเทียนเองก็ล่วงรู้ฐานะของหลิงเจวี๋ยอวิ๋นมานาน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แปลกใจอะไรกับท่าทีของฉีคงไห้มากนัก กระทั่งเขายังรู้สึกว่าฉีคงไหนี่ช่างฉลาดและรู้สถานการณ์นัก
ในขณะที่คนของวิหารเฟิงฮ่าวทั้งหมด ลุกขึ้นประสานมือโค้งคารวะหลิงเจวี๋ยอวิ๋นอย่างนอบน้อม เรียกหาด้วยความให้เกียรติสูงสุดว่า “นายน้อย” ตามฉีคงไห้ ด้านฉีคงไห้ก็กล่าวตอบหลิงเจวี๋ยอวิ๋นออกมาว่า “นายน้อยหลิง พอดีวิหารเชิงฮ่าวของพวกเรามีความเป็นมายาวนานพอสมควร ทําให้พวกเราเองก็เคยติดต่อกับตระกูลหลิงของท่านก่อนที่พวกท่านจะเร้นกายเช่นกัน ทว่านั่นเป็นเรื่องในอดีต ตอนนี้วิหารเชิงฮ่าวของพวกเราเพียงทราบเรื่องตระกูลท่านจากบันทึกเท่านั้น…”
“ถึงแม้ภายหลังตระกูลอปืนของท่านจะตัดขาดจากโลกหล้าแยกตัวไปอยู่กันอย่างสันโดษกลายเป็นตระกูลลับ และวิหารเฟิงฮ่าวของพวกเราก็ขาดการติดต่อไปจนความสัมพันธ์เริ่มจางหาย…อย่างไรก็ตามวิหารเชิงฮาวของพวกเรานั้นได้ตรากฎเอาไว้ ว่ายามใดก็ตามที่คนของวิหารเฟิงฮ่าวพบเจอคนตระกูลอจิ้น ก็ไม่อาจละเลยเด็ดขาด…”
ฉีคงไห้กล่าว