ด้านอาวุโสของพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์หยวนสื่อเทียนพอได้ฟังข้อเสนอ สองตามันก็ลุกวาวขึ้นมาทันที อย่างไรก็ตามมันหยีตาลงเล็กน้อบ กล่าวถามออกมาด้วยท่าทีระมัดระวังว่า “จ้าววิหารยูไล ที่ท่านคิดเข้าสู่ผาบรรพกาล ข้าเกรงว่าคงมิได้ง่ายดายอย่างไปชี้แนะศิษย์แต่ในนามของท่านกระมัง?”
ศาสตราอมตะระดับจักรพรรดิที่มีจิตวิญญาณสถิตย์!
ถึงแม้จิตวิญญาณจะได้รับบาดเจ็บและต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลายปี แต่ก็อย่างที่ยูไลพูดไว้ เซียนอมตะเคยขาดเวลาตั้งแต่เมื่อไหร่?
“อาตมาชมชอบสนทนากับคนฉลาด”
ยูไลคลี่ยิ้ม “สหายท่านไยต้องสนใจเรื่องที่อาตมาจักเข้าไปทำอันใดด้วยเล่า? เรื่องนี้สำคัญกับสหายท่านไฉน? ต่อให้เกิดเรื่องอันใดขึ้นจริงๆ มิใช่ว่าสหายท่านเพียงเอ่ยว่าถูกอาตมาบีบคั้นจนมิอาจขัดขืนก็ได้หรอกหรือ?”
“ถึงตอนนั้นต่อให้สหายท่านอาจถูกลงโทษ…หรือว่าอาศัยศาสตราอมตะระดับจักรพรรดิที่มีวิญญาณสถิต์ ยังไม่พอให้สหายท่านเลือกละทิ้งพระราชวังจักรพรรดิสวรรค์หยวนสื่อเทียน เพื่อหลบหนีโทษทัณฑ์?”
ยูไลกล่าวถาม
รอยยิ้มมั่นใจในชัยชนะเริ่มคลี่กางบนใบหน้ายูไล
มันไม่คิดว่าคนเบื้องหน้ามันจะปฏิเสธข้อเสนอดีงามเช่นนี้ได้ลงคอ