‘ร่างกายนี้ประเสริฐยิ่งกว่าร่างกายในปัจจุบันของข้ามาก’
ยูไล หรือก็คือพระอาจารย์หมี่เยี่ยน บัดนี้สองตามันฉายแววแห่งความโลภสว่างจ้า จากนั้นมันก็ไม่รอช้าเร่งโบกมือเร็วไว อุบัติลูกประคำ 36 ลูกผุดจากความว่างเปล่า พุ่งไปลอยล่องค้างกลางหาวในตำแหน่งเฉพาะประการหนึ่ง ก่อนที่ลูกประคำดังกล่าวจะเริ่มสั่นพ้องขึ้นมา ราวกับลูกประคำแต่ละลูกกำลังเชื่อมโยงกันเพื่อทำอะไรบางอย่าง
วุ้มมม!
ที่แท้ลูกประคำกำลังสร้างค่ายกลบางอย่าง!
“หืม?”
ต้วนหลิงเทียนที่แต่เดิมกำลังจมจ่อมในสำนึกรู้ของผาบรรพกาลเพื่อทำความเข้าใจกฏมิติ อยู่ๆสำนึกเทวะที่เขาแผ่ไว้ตรวจสอบเรื่องราวโดยรอบ ก็จับความเคลื่อนไหวบางอย่างได้ทันที จึงดึงสติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวและตื่นขึ้นจากภวังค์เร็วไว
และพอมองไปปราดเดียวเขาก็พบว่ามีค่ายกลหนึ่งได้แผ่มาปกคลุมเขา รวมถึงพื้นที่โดยรอบเอาไว้แล้ว
นอกจากนั้นยังมีร่างๆหนึ่งปรากฏขึ้นในสายตาเขา
ยูไล!
จ้าววิหารเฟิงฮ่าวสาขาซวนหยวนเทียน!
“จ้าววิหารยูไล?”
ต้วนหลิงเทียนมองยูไลที่อยู่ๆก็มาปรากฏตัวขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง เอ่ยถามเสียงขรึม “ไฉนเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
“มาหาเจ้า”
ยูไลมองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาลุกวาว ให้ความรู้สึกราวกับหมาป่าหิวโซ พบเจอเหยื่ออันโอชะจนน้ำลายไหลยืด…
“ข้าอยากรู้จริงๆ…ว่าไฉนเจ้าถึงได้เพ่งเล็งข้านัก?”
ต้วนหลิงเทียนมองถามยูไลอย่างตรงไปตรงมา เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เขาสงสัยมาโดยตลอด