ผาบรรกาลนั้น แท้จริงแล้วก็คือหน้าผาธรรมดาที่มีค่ายยกลกักเก็บสำนึกรู้ของผู้ใช้กฏต่างๆเอาไว้ มีม่านพลังโปร่งแสงปกคลุมให้สังเกตเห็นได้ไม่ยาก และสีสันของม่านพลังนั้นก็บอกกลายๆว่ากักเก็บสำนึกรู้ของกฏอะไรไว้ ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบกลิ่นอายพลังผันผวนที่แผ่ออกมาก็รู้ได้
อย่างเช่นหน้าผาที่ต้วนหลิงเทียนเร่งรุดมาจับจองแห่งนี้ ม่านพลังก็เผยสีเทาออกมา เป็นสีสันดุจเดียวกับตอนที่ต้วนหลิงเทียนผสานรวมพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดเข้ากับพลังธาตุมิติ
‘แค่แผ่สำนึกเทวะเข้าไป…ก็จะหยั่งถึงสำนึกรู้กฏมิติที่กักเก็บไว้ได้งั้นรึ?’
เพียงใจคิด ต้วนหลิงเทียนก็ได้แบ่งสำนึกเทวะส่วนหนึ่งออกมาผสานเข้ากับหน้าผาอันมีม่านแสงสีเทาปกคลุมทันที สำหรับสำนึกเทวะอีกส่วนก็แผ่ออกไปตรวจจับความเคลื่อนไหวโดยรอบ
หลังจากต้วนหลิงเทียนแผ่สำนึกเทวะไปหลอมรวมเข้ากับผาบรรพกาลครู่หนึ่ง ก็ปรากฏภาพเรื่องราวขึ้นในใจเขา เป็นหญิงชราในชุดคลุมสีเขียวกำลังประมือกับชายวัยกลางคนร่างกำยำเปลือยอกผู้หนึ่ง
คนหลังนั้นเชี่ยวชาญกฏแห่งดิน ทั่วร่างปรากฏแสงพลังสีกากีควบรวมเป็นเกราะแลดูน่าเกรงขาม ปิดกั้นคมมีดมิติทั้งพลังมิติอื่นๆที่จู่โจมเข้ามาได้อย่างชะงัด ราวกับไร้สิ่งใดจะฝ่าทำลายปราการป้องกันของมันได้