้งหลายถูกเคลื่อนย้ายไปยังขอบภาพฉายเพื่อชมศึกต่อไป
“ข้าดวงกุดชะมัด ดันไปเจอเซินถูอี้ เสียบกระบี่หนเดียวดับเลย”
“เจ้านับประสาอะไร ข้าอึดอัดใจกว่าอีก ไม่รู้ด้วยซ ้าว่าผู้ใดฆ่าข้า”
“ไม่สนุกเลย ข้ามาแจกแต้มผลงานให้คนอื่นแท้ ๆ”
ผู้ฝึกตนหมดสิทธิ์จำนวนมากบ่นอุบ รู้สึกราวพวกเขาแค่มาเป็นตัวประกอบให้ดูคนเยอะ
เหตุการณ์ที่นี่ถูกฉายขึ้นในศาลาเติงเซียนเช่นกัน เหล่ายอดฝีมือสูงสุดกลุ่มหนึ่งของศาลาเติงเซียนให้ความสนใจกับศึกนี้กันอยู่
เฉียนฮวั่นโหรวเองก็อยู่ในนั้น นางยืนข้างสตรีผู้หนึ่ง
สตรีผู้นี้สวมอาภรณ์เรียบง่ายสีขาว เส้นผมสยายยุ่ง บนร่างแทบไม่มีเค้าพลังใด ๆ
ประหนึ่งเป็นปุถุชน
แต่สตรีนางนี้นั่งบนบัลลังก์ประธานกลางห้อง เห็นได้ชัดว่าหาใช่ปุถุชนไม่
นางคือประมุขแห่งศาลาเติงเซียนสาขาแคว้นชางหลาน หลัวซู่
หลัวซู่ข้ามผ่านขอบเขตพ้นพิบัติไปแล้ว คนทั่วไปมิอาจเห็นได้ว่านางแข็งแกร่งถึงเพียงไหน
“เสี่ยวโหรว ผู้ใดหรือคู่บำเพ็ญของเจ้า?”
หลัวซู่ถ่ายทอดกระแสปราณถามเฉียนฮวั่นโหรว
นางได้ยินศิษย์นางบอกว่า คู่บำเพ็ญของนางเจียงผิงอันแข็งแกร่งยิ่งกว่านางอีก นางจึงจงใจเพิ่มเพดานอายุในศึกศาลาเซียนครั้งนี้ยี่สิบปีเพื่อให้โอกาสอีกฝ่าย
เฉียนฮวั่นโหรวจ้องภาพฉายตรงหน้านางด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เขาบาดเจ็บอยู่!”
“บาดเจ็บอยู่?”
หลัวซู่นิ่งไปเล็กน้อย มองตามสายตาเฉียนฮวั่นโหรวไป
ชายผู้มีปราณเรรวนผู้หนึ่งกระอักไออย่างต่อเนื่อง นั่งพัก