เจียงผิงอันนั่งบนก้อนหิน มองผู้ฝึกตนคนนั้นโจมตีเข้ามา แล้วส่งกฎทำลายล้างและอำนาจอัสนีสู่ด้ายไหมวิญญาณ
ด้ายไหมวิญญาณแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีดำ ความเร็วสูงล ้าสุดขั้วผู้ฝึกคนผู้นั้นไม่ทันไหวตัว วิญญาณเทวะและศีรษะเขาก็ถูกกฎทำลายล้างทำลายไป
ผู้ฝึกตนคนนั้นหายวับไปทันที กว่าจะคืนสติก็มาถึงนอกสมรภูมิแล้ว
“ข้าตายในพริบตา! ข้าเป็นยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตหลอมสุญตานะ!”
ผู้ฝึกตนคนนั้นตะโกนอย่างตกใจ “ข้าเจอผู้แข็งแกร่งเร้นกายเข้าเสียแล้ว! แม้จะบาดเจ็บ แต่พลังต่อสู้ของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่ายอดฝีมือขอบเขตบูรณาการทั่วไปเลย!”
ผู้ฝึกตนซึ่งถูกคัดออกข้างกันนั้นชำเลืองมา “อย่าหาข้ออ้างให้ตนเองเลย หมดสิทธิ์คือหมดสิทธิ์ ข้ายังถูกโหยวเชียนชิวฆ่าเลย”
“จริง ๆ นะ! เจ้านั่นแข็งแกร่งมากจริง ๆ!”
ผู้ฝึกตนคนนั้นพยายามอธิบาย
“อะจ้า ใช่จ้า”
ผู้ฝึกตนข้างกันนั้นหาสนใจเขาไม่
ผู้ฝึกตนผู้นั้นอัดอั้นในใจสุดแสน ชายผู้นั้นแข็งแกร่งจริง ๆ เขามิได้โกหกนะ
ศิษย์ทั้งหลายชมศึกพลางหารือกันต่อไป
“ข้าเดิมพันข้างเซินถูอี้ไว้ หวังว่าเขาจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะ”
“ข้ารู้สึกว่าในศึกตะลุมบอนเช่นนี้ หร่านหงเฉินซึ่งมีพรสวรรค์อำนาจศักดิ์สิทธิ์ได้เปรียบกว่า นางควบคุมการต่อสู้ด้วยภาพสะท้อนในภาพสะท้อนนั้น นางเป็นตัวตนไร้เทียมทาน”
“โหยวเชียนชิวไม่รู้ไปได้ด้ายไหมวิญญาณสามเส้นจากที่ใดด้วยความช่วยเหลือจากด้ายไหมวิญญาณ ใครจะเอาชนะเขาได้? ผู้ชนะต้องเป็นเขาแน่ ๆ