!”
ความสนใจปวงชนแทบจะอยู่กับอัจฉริยะเหล่านั้นลำพัง
เจียงผิงอันผู้บาดเจ็บนั้น ไม่มีผู้ใดสนใจ
เมื่อเจียงผิงอันจัดการคนไปผู้หนึ่ง ตัวเลขก็ปรากฏเหนือศีรษะ
[1]
มันหมายถึงแต้มผลงานหนึ่งแต้ม
เจียงผิงอันมิได้รีบร้อน รอการต่อสู้ของคนกลุ่มนั้นจบลงก่อนแล้วค่อยไปประชันหาแต้มผลงาน
ง่ายกว่าไล่ฆ่าทีละคนมากนัก
ด้ายไหมวิญญาณเหินกลับมาพันรอบนิ้วเขา
เจียงผิงอันเพิ่งเก็บด้ายไหมวิญญาณไป ทันใดนั้นก็สังเกตเห็นบางสิ่ง หันกายกลับไปมอง
ลำแสงสองสายวูบไหว สองเงาร่างเพรียวบางปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
ซึ่งก็คือเยี่ยอู๋ฉิงและหลัวอีเฟย
มิติศาลาเซียนกว้างใหญ่เพียงนี้ ไม่รู้ทั้งสองหากันเจอได้อย่างไร
“ลูกพี่ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า?”
เมื่อเห็นปราณของเจียงผิงอันผิดปกติ สีหน้าของเยี่ยอู๋ฉิงก็แปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
เขาแยกกับลูกพี่ทีไร ไฉนลูกพี่จึงบาดเจ็บทุกที
“เรื่องเล็กน้อยน่ะ” เจียงผิงอันตอบกลับเบา ๆ
“เรื่องเล็กน้อย? เจ้าบาดเจ็บถึงรากฐานชัด ๆ หากรักษาไม่ทันกาล เจ้าจะกลายเป็นคนไร้ค่าไปเลยนะ!”
ข้างกันนั้น หลัวอีเฟยพูดอย่างตกใจ คนผู้นี้ไปเจอเรื่องบ้าอะไรมา ถึงกับทำร้ายรากฐานของเขาได้
“ยามศึกศาลาเซียนจบลง ก็จะมีแต้มผลงานไปซื้อโอสถแล้ว ไม่เป็นไรหรอก”
เจียงผิงอันกล่าว
“สภาพอย่างเจ้า อยู่ให้รอดยังยาก ยังคิดสะสมแต้มผลงานอีก?”
หลัวอีเฟยยืดตัว ไม่ซ่อนความคิดใด ๆ “บาดแผลของเจ้าต้องใช้โอสถเก้าวงจรจักรวาลรักษา แล้วโอสถเก้าวงจรจักรวาลมีราคาเ