ม็ดละสามแสนแต้มผลงาน”
เมื่อได้ยินราคามหาศาลนี้ เยี่ยอู๋ฉิงก็กำกระบี่ในมือ “ลูกพี่ ข้าจะคุ้มครองเจ้า ช่วยหาแต้มผลงานอยู่ข้าง ๆ เอง”
“ไม่ต้อง ทำเรื่องที่เจ้าควรทำเถอะ มีพวกเจ้าอยู่ จะมีผู้มาเล่นงานข้าสักกี่คนเชียว?”
เจียงผิงอันนั่งอยู่กับที่ คนเหล่านั้นต้องหวั่นไหวในใจยามเห็นว่าเขาบาดเจ็บอยู่เป็นแน่
หลัวอีเฟยข้างกันนั้นยืดอกกล่าว “เห็นแก่ที่เจ้าเป็นลูกพี่ของเยี่ยอู๋ฉิง ครั้งนี้ข้าจะขยันหาแต้มผลงานสักหน่อย แล้วเดี๋ยวจะไปหาโอสถเก้าวงจรจักรวาลมาให้เจ้า”
“ขอบคุณมาก แต่ไม่ต้องหรอก”
เจียงผิงอันไม่อยากติดหนี้ใคร หนี้บุญคุณนั้นชดใช้ยากที่สุด
หลัวอีเฟยมิได้ฟังเขาเลย นางคว้ามือเยี่ยอู๋ฉิง “ไปกันเถอะอู๋ฉิงไปล่าแต้มผลงานกัน”
เยี่ยอู๋ฉิงมิได้ขัดขืน ยามนี้ผู้เดียวที่ช่วยลูกพี่ของเขาได้คือหลัวอีเฟย
ด้วยสภาพปัจจุบันของลูกพี่ ต่อให้รอดไปได้ถึงยามจบศึก ก็ยังไม่มีทางหาแต้มผลงานได้มากมาย
เจียงผิงอันนั่งเงียบ ๆ กับที่ เตรียมตัวเปิดฉากโจมตีผู้ฝึกตนแต้มเยอะ ๆ ในชั่วยามสุดท้าย
ทว่าชะตาไม่เคยดำเนินตามแผนการ
หลัวอีเฟยและเยี่ยอู๋ฉิงซึ่งเพิ่งจรจากเหินกลับมา ผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่งรุมโจมตีไล่หลัง
“พวกเจ้าสารเลว! แหกกฎจงใจจับกลุ่มร่วมมือกันหน้าด้าน ๆ!”
หลัวอีเฟยแผดเสียงอย่างเดือดดาล
“เรามิได้จับกลุ่ม แค่บังเอิญเจอกันเฉย ๆ และแค่อยากกำจัดเจ้าเท่านั้น”
ผู้ฝึกตนจากฝ่ายรักษาระเบียบใช้วิชาระดับสูงฟาดตัวหลัวอีเฟยกระเด็นไปคร