ตราบใดที่มีข้อมูลหลังชื่อว่าเป็นเทพสงคราม 4 ดาราขึ้นไป ในช่วงสุดท้ายของรอบที่ 4 ก็แทบไม่มีใครคิดจะท้าประลองด้วยเลย อัจฉริยะที่ถูกกำจัดออกชั่วคราวเลือกที่จะมองข้ามเทพสงคราม 4 ดาราขึ้นไปทั้งงนั้น
เห็นได้ชัดว่าพวกมันก็ตระหนักถึงพลังฝีมือของตัวเองดี และรู้ว่าหากท้าทายเทพสงคราม 4 ดาราก็แทบไม่เห็นโอกาสชนะ จึงไม่คิดจะเสียสิทธิ์ท้าประลองไปเปล่าๆ
“พี่น้องต้วนในบรรดาพวกเรา นอกจากท่านแล้วคงไม่มีใครท้าประลองแน่นอน…แต่กับท่าน ข้าว่าไม่นานต้องมีคนคิดลองดีเป็นแน่!”
ถังซานเป่าคลี่ยิ้ม
และไม่นานนัก ‘ปากอีกา’ ของถังซานเป่าก็สัมฤทธิ์ผล!
“ข้า โอวหยางชี่ ขอท้าทายต้วนหลิงเทียน!!”
ผู้ที่ท้าประลองต้วนหลิงเทียนเป็นชายหนุ่มในชุดคลุมสีน้ำเงิน รูปร่างหน้าตาของมันแลดูธรรมดา ไม่อ้วนไม่ผอมไม่หล่อไม่อัปลักษณ์ หากแต่ดวงตามันฉายแววคมกริบปานมีดดาบ
และตอนนี้ชายหนุ่มดังกล่าวก็เหินร่างไปรอเหนือสังเวียนประลอง ทั่วร่างปรากฏแสงงกระบี่สีทองม้วนวน และใต้ฝ่าเท้าของมันก็ย่ำเหยียบกระบี่พลังมีสภาพสีทองเล่มเขื่องอยู่
“เจ้าโอวหยางชี่นั่น…มันเป็นอัจฉริยะที่ร้ายกาจคนหนึ่งในจี้เมี่ยเทียนของพวกเรา”
ว่างถิงหันไปกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยตาเป็นประกาย “ต้วนหลิงเทียน ท่านอาจไม่ทราบ แต่โอวหยางชี่ผู้นี้จัดว่ามีชื่อเสียงในจี้เมี่ยเทียนเราไม่น้อย…และมันเองก็เป็นเซียนกระบี่คนหนึ่ง”
“นอกจากนั้น…”