ภายใต้พลังอำนาจของห้วงมิติอันน่ากลัว เรียกว่าขุนเขาทั้งลูกไม่ทันไรก็กลับกลายเป็นละอองธุลี หมู่เมฆบนฟ้าสลายหายไปหมดสิ้น สุดท้ายหากไม่นับละอองธุลีจากขุนเขาที่ถูกป่นทำลาย ก็ไม่เหลือสิ่งใดนอกจากร่างมัวดังกล่าวกับความมืดดำของห้วงมิติ
‘ขอบเขตการควบคุมของมันกว้างมาก…ส่วนข้าทำได้แค่ควบคุมพื้นีท่รอบตัวกินรัศมี 5 หมี่เท่านั้น เทียบกันแล้วก็เหมือนหย่อมเล็กๆกลางทุ่งหญ้าสุดไพศาล…’
ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจ
เป็นธรรมดาว่าต้วนหลิงเทียนรู้ดีว่าพลังแห่งกฏนั้น หากใช้กันตามปกติแล้ว จะมีขอบเขตกว้างใหญ่ไม่น้อย แต่ในแง่ของพลังอำนาจแล้วเมื่อเทียบกับพื้นที่ๆตกอยู่ในวิถีควบคุมแล้วพลังอำนาจจะด้อยกว่ากันมาก
“หืม?”
หลังจากนั้นสักพัก ต้วนหลิงเทียนก็พบง่าเงามั่วร่างมนุษย์นั่นได้เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง และอยู่ๆก็มีกระบี่เล่มหนึ่งผุดจากความว่างเปล่ามาเข้ามือ ต่อมาเงาร่างที่ว่าก็เริ่มร่ายรำเพลงกระบี่ออกมาโดยผสานกับพลังของกฏมิติ
‘อะไรกัน? มรรคากระบี่ของมันกลับมีเของมรรคากระบี่ทำลายล้างของท่านอาจารย์…อย่าบอกนะว่าผลึกสำนึกของผู้แข็งแกร่งที่สุดนี่ กลับรู้แจ้งในมรรคากระบี่มิติของข้าด้วย?’
คิดถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะหวาดกลัว และหลังชมดูอยู่พักหนึ่ง เขาก็เลือกจะตื่นขึ้นมาพร้อมความตกใจ