และก็มีบางคนที่คิดว่าไม่น่าจะเป็นแบบนั้นไปได้ “เจ้าไม่เห็นพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดของมันหรือไร? จากกลิ่นอายพลังงของมันอย่างน้อยๆก็ต้องบรรลุถึงขอบเขตจักรพรรดิอมตะ 9 ตำหนักแล้ว…ในเมื่อมันเป็นถึงจักรพรรดิอมตะ 9 ตำหนัก และดูจากความเข้าใจของมันที่เลิศล้ำถึงขั้นเข้าใจ 2 วิถีในสวรรค์และโลกได้ เจ้ายังคิดว่ามันจะไม่เข้าใจการผสานรวมความลึกซึ้งของกฏที่ง่ายกว่าวิถีอีกหรือ?”
หลายคนแย้งออกมาเสียงดังว่าเรื่องแบบนั้นเป็นไปไม่ได้
แน่นอนว่ายังมีบางคนที่ตั้งคำถามแย้งขึ้นมาอีกครั้ง “พลังของผู้คนมีจำกัด ข้ายอมรับว่าต้วนหลิงเทียนมีสติปัญญาเลิศล้ำ…แต่อย่างไรมันก็มีอายุแค่ 600 ปีเศษ…”
“นอกจากนั้นมันยังเป็นคนที่ขึ้นสวรรค์มาอีกด้วย จะอยู่ในระนาบเทวโลกได้กี่ปีเชียว…”
“และลองมันเข้าใจ 2 วิถีแล้วเช่นนี้ บอกให้รู้ว่ามันทุ่มเทเวลาไม่กี่ร้อยปีไปกับ 2 วิถีเป็นแน่ถึงได้บรรลุถึงขั้นตอนเบื้องต้นหมด เพียงเท่านี้มันก็ร้ายกาจมากแล้ว…ยังจะมีความเข้าใจในการผสานรวมความลึกซึ้งของกฏอีกหรือไร? คนเราสามารถทำอะไรได้มากมายขนาดนั้นในเวลาไม่กี่ร้อยปีจริงๆ?”
“ข้าเห็นด้วย…เผลอๆมันอาจจะยังเข้าใจความลึกซึ้งของกฏมิติไม่ถึงขั้นตอนความสำเร็จยิ่งใหญ่ทุกประการด้วยซ้ำ”
…
ต้วนหลิงเทียนย่อมได้ยินบทสนทนาถกเถียงของเหล่าอัจฉริยะในอัฒจันทร์โดยรอบเช่นกัน แต่เขาก็ทำแค่ยิ้มบางๆเท่านั้น