ถึงแม้วนหลิงเทียนจะลงมือเอาชนะเทพสงคราม 2 ดาราในชั่วพริบตา แต่ผู้คนในปัจจุบันก็ยืนยันได้แค่พลังของเขาสมควรเป็นเทพสงคราม 3 ดาราเท่านั้น ไม่อาจยืนยันได้ว่าเขาเป็นเทพสงคราม 4 ดาราขึ้นไปรึเปล่า
ทําให้หลังเห็นพลังของซูหลี่ จึงพากันพูดว่าซูหลี่เหนือกว่า
สําหรับเรื่องดังกล่าว ต้วนหลิงเทียนไม่ได้สนใจแม้แต่นิดเดียว
“ซูหลี่ นี่เจ้าซุกซ่อนพลังไว้แต่แรก หรือเจ้าพึ่งบังเกิดความก้าวหน้า?”
ขณะเดียวกันทั่วป๋ายิงที่บดขยี้ป้ายหยกจนถูกส่งตัวออกมาจากสังเวียนแสง ก็เอ่ยถามซูหลี่ด้วยรอยยิ้มเหยเก
“เอ๋?”
หลังจากได้ยินคําถามของทั่วป๋าผิง เหล่าอัจฉริยะที่มองไม่ออกว่าซูหลี่บังเกิดความก้าวหน้าก็อดอึ้งไปไม่ได้ “ทั่วป๋าผิงพูดเรื่องอะไรกัน เมื่อครู่ซูหลี่พึ่งบังเกิดความก้าวหน้าเหรอ?”
“บ้าไปแล้ว ถ้าเมื่อครู่พึ่งก้าวหน้า มันจะไม่ร้ายกาจเกินไปหน่อยหรือไร ความเข้าใจจะสูงแค่ไหนกัน?”
“นั่นสิ…หากเข้าใจท่ามกลางการต่อสู้ มันจะไม่ท้าทายสวรรค์ไปหน่อยรึไง?”
พอเหล่าอัจฉริยะมองไปยังซูหลี่อีกครั้ง ด้านซูหลี่ก็หันไปมองตอบคําทั่วป๋าผิงพอดี “พูดถึงเรื่องนี้ข้าเองก็ต้องขอบคุณเจ้า…หากไม่ใช่เพราะแรงกดดันจากกระบวนท่ากระบี่ของเจ้า กฏทําลายล้างของข้าไม่มีทางก้าวหน้าได้ในเวลาอันสั้นหรอก”
และคําพูดของซูหลี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการยอมรับเลย
จัหวะนี้ผู้ชมโดยรอบหลายคนก็แตกตื่นกันใหญ่