เป็นธรรมดาว่าสําหรับคนที่มองออกแต่แรก ก็ไม่ได้ตื่นเต้นตกใจอะไร
“ซูหลี่ ตอนนี้เจ้ามั่นใจจะเข้าสู่ 30 อันดับแรกได้รึยัง?”
หลังซูหลี่กลับมานั่งที่ ต้วนหลิงเทียนก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“หากข้าไม่ติด 30 อันดับแรก เช่นนั้นที่อาวุโสฟงชิงหยางอุตส่าห์ให้คําชี้แนะข้าก็คงสูญเปล่าแล้ว”
ซูหลี่คลี่ยิ้ม
“โอ้?”
คําพูดของซูหลี่ก็ทําให้ตัวนหลิงเทียนตาลุกวาวทันที “นี่ที่เจ้าก้าวหน้าเกี่ยวข้องกับท่านอาจารย์ข้าด้วยหรือ?”
“ใช่”
ซูหลี่พยักหน้า “ความก้าวหน้าของข้าครั้งนี้ เกิดจากการเข้าใจคําชี้แนะของอาวุโสฟงชิงหยาง…แต่แน่ล่ะว่าเรื่องที่ข้าไม่อยากแพ้รวมถึงแรงกดดันจากทั่วป๋าผิงก็มีส่วนเช่นกัน”
กล่าวถึงประโยคท้าย มุมปากซูหลี่ก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มเบาๆ
จากนั้นมันก็หันไปมองลึกที่ต้วนหลิงเทียนพลางถาม “ต้วนหลิงเทียน พลังข้าตอนนี้ ให้เทียบกับเจ้ายังอ่อนด้อยกว่าอยู่กระมัง?”
ในปัจจุบันความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนยังเป็นอะไรที่ลึกลับมากสําหรับซูหลี่
ก่อนบังเกิดความก้าวหน้า มันไม่แม้แต่จะกล้าถามต้วนหลิงเทียนด้วยซ้ํา เพราะมันรู้สึกว่าช่องว่างระหว่างมันกับต้วนหลิงเทียนไม่น่าจะน้อยนิด…แต่ตอนนี้กฏทําลายล้างของมันก้าวหน้าแล้ว พลังฝีมือยังเพิ่มขึ้นแตะขอบเขตเทพสงคราม 4 ดารา แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่อาจหยั่งถึงตื้นลึกหนาบางต้วนหลิงเทียนได้อยู่ดี จึงอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
“เดี๋ยวเจอกันก็รู้เองไม่ใช่รึ?”